เลือดในกายเย็นเฉียบจักรยานล้อโต

เสียงหัวเราะแหบแห้งสาแก่ใจ “ไม่มีใครห้ามฉันได้หรอก ฉันจะฆ่ามัน นัง กาซะลอง’
ได้ยินเสียงวัตถุหนักๆ กระทบกับปากอุโมงค์ กาซะลองหวีดลั่น
“อย่า! อย่าทำอะไรฉัน ปล่อยฉันออกไปเดี๋ยวนี้ ปล่อย”
เสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งดังก้อง “ฉันปล่อยแกไปแน่…นังปีบ ปล่อยแก
ไปอยู่นรกกับแม่แก…ยายแก”
เสียงวัตถุหนักๆ ดังกระทบบริเวณปากอุโมงค์ จักรยานล้อโต
หญิงสาวหวีดร้องออกมาลั่น แม้จะรู้ว่าโอกาสที่จะหลุดรอดออกไปแทบไม่มี
“อย่า…ปล่อยฉันออกไปเดี๋ยวนี้ ฉันบอกให้ปล่อย” เสียงเครือสะอื้น
ความกลัวอย่างสุดขีดแล่นเข้ามาจับหัวใจ…นี่หล่อนต้องตายโนนี้จริงๆ หรือ พลัน
ได้ยินเสียงตวาดก้อง
“หยุด….แกจะทำอะไรหลานฉันไม่ได้!” จักรยาน fat bike
แม้จะไม่ค่อยชัดเจนเพราะอยู่ภายใต้อุโมงค์ลึก แต่เนี้อเสียงและความ เฉียบขาดของคำพูดกาชะลองจดจำได้ดี “คุณยาย!”
แต่เสียงของ ‘ใคร’ ที่อยู่เบื้องบนกลับแหบพร่าลันสะท้านด้วยความหวาด
หวั่น
“ผะ…ผะ…ผี” “คะ…คุณท่าน!”
“ยังจำฉันได้นี่…วันนี้ฉันจะมาเอาชีวิตแก”
“ยะ…อย่าคุณท่าน ฉะ…ฉันผิดไปแล้ว ไปสู่ที่ชอบๆ เถอะ แล้วฉันจะอุทิศ ส่วนกุศลไปให้”
“มาสำนึกอะไรได้ตอนนี้ คนเลวระยำอย่างพวกแกสมควรที่จะตกนรก หมกไหม้ ไม่ได้ผุดได้เกิด” นี้าเสียงกระแทกกระทั้นบ่งบอกถึงความโกรธถึงขีดสุด พลันเหมือนเสียงรํ่าไห้ใคร่ครวญจะเลือนหาย กลายเป็นเสียงตอบโต้ที่ดุเดึอด ไม่แพ้กัน จักรยานล้อใหญ่
“งั้นแกคิดว่าแกดีนักใช่มั้ยอีแก่ พรากลูกพรากผัวเขา…แกน่ะมันใจยักษ์ ใจมาร คิดว่าตัวเองวิเศษอยู่คนเดียว ดี! ถ้าอยากตายอีกรอบ ฉันก็จะช่วย
ศกรถลันเข้าไปทันทีที่เห็นภาพที่อยู่เบื้องหน้า ประมุขของคุ้มภูคากาซะลอง นอนราบอยู่ที่พี้นโดยมีร่างของใครคนหนึ่งทับอยู่ สองมีอเกร็งบีบที่คอคุณปรียางค์ศ1 แน่น ประมุขของคุ้มตาเหลือกโพลง ความกลัวแล่นจับขั้วหัวใจ สำนึกถึงอากาศ ที่เริ่มหมดไปทีละน้อยๆ
ร่างนั้นพลันสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงตะโกนก้อง
“หยุด! นี่เจ้าหน้าที่ตำรวจ”
คุณปรียางค์ศรีอาศัยช่วงเผลอผลักร่างท้วมออก ใบหน้าขาวซีดหันมามอง ศกรด้วยความตื่นกลัว “ศก…จับมันเร็ว!”
มีความตื่นตะลึงเมื่อเห็นใบหน้าใครคนนั้นชัดเจน แม้จะมีความสงสัยและ คาดเดาไว้ก่อน แต่เมื่อเห็นดวงตาแข็งกระด้างที่พร้อมจะเข่นฆ่าทำลายทุกคน ศกร ก็กระตุกปืนขึ้น เล็งไปที่ร่างนั้นทันควัน
“มะ…มอบตัวกับตำรวจเถอะแก เราไปไม่รอดแล้ว’
มีเสียงกระซิบจากร่างสูงผอมที่ยีนอยู่ใกล้ๆ เหมือนจะเป็นการเตือนสติ แต่ ณ เวลานี้ความโกรธแค้นมันเผาผลาญทุกอย่างจนไม่เหลือ ใบหน้าขาวซีด ยิ้มแสยะ

จักรยาน fat bike

มีเพียงคำถามจากผู้เป็นทนายแม่แรงไฟฟ้า

เมื่อป้าคำสร้อยเดินตัวลีบเข้ามา
“เข้ามาทำไมคำสร้อย” ^.
“นี่ก็เป็นความประสงค์ของคุณปรียางค์ศรีครับ ท่านอนุญาตให้คนในบ้าน เข้ามาฟังการเปิดพินัยกรรมได้ทุกคน”
ทนายดำรงตอบแทน คนเก่าแก่งกๆ เงินๆ อย่างป้าคำสร้อยจะไบ่สู้รบ ตบมีอกับคุณพันธุรพีได้อย่างไรไหว แค่เจอสายตาเหยียดหยามของ^ายนั้นก็ ไม่รู้จะซุกตัวนั่งที่ไหน
■ถ้าทุกคนมาพร้อมแล้ว ผมว่าเปิดพินัยกรรมเลยดีมั้ยครับคุณอา”
ไม่มีใครคัดค้านร้อยตำรวจเอกศกร แม่แรงไฟฟ้า
“หลานสาวสุดที่รักของฉันมันก็ยังหนีคดีอยู่น่ะสิคะคุณทนาย และถึงจะ อยู่หรือไม่อยู่ก็ไม่มีความหมาย ในเมื่อสุดท้ายยัยปีบก็ต้องถูกตัดออกจากกอง มรดกอยู่ดี”
ไม่มีใครโต้เถียงจนศกรใจหาย ราวกับ1นสายตาผู้อี,นกาซะลองคือคนผิด อย่างแท้จริง สบตานายตำรวจที่ร่วมเข้าฟังการเปิดพินัยกรรมด้วย แต่ละคน ต่างส่งสายตาให้กำลังใจจนค่อยยังชั่ว อย่างน้อยโนความเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ยังมีความยุติธรรม
ทนายดำรงกวาดสายตามองโดยรอบ เมื่อเห็นทุกคนอยู่ในความสงบก็เปิด ซองพินัยกรรม สายตาทุกคู่จับอยู่ที่ซองสีนํ้าตาลเข้มที่ภายในบรรจุกระดาษสีขาว อยู่สองสามแผ่น ทนายประจำคุ้มอ่านข้อความบนกระดาษตั้งแต่วันที่ที่คุณ ปรียางค์ศรีได้ทำพินัยกรรม รายละเอียดแห่งทรัพย์สมบัติที่มีความยาวอยู่หลาย หน้ากระดาษ4งบ่งบอกถึงฐานะความมั่งคั่งของเจ้าของคุ้มฎคากาซะลองได้เป็น อย่างดี สีหน้าของเหล่าบรรดาทายาทดูแช่มชื่นเมื่อรู้มูลค่าของทรัพย์สิน แต่ก็ ยังอยู่ในภาวะนิ่งเฉยไม่เหมือนกับตอนที่ทนายดำรงเอ่ยปาก
“ซึ่งคุณปรียางค์ศรีได้แบ่งมรดกทรัพย์สินเป็นส่วนๆ ดังนี้-” แม่แรงยกรถ
เหมือนทุกคนจะอยู่ในความนิ่งสงบยกเว้นสายตาที่ไหวระริกบอกลึงความ ตื่นเต้น ทนายดำรงกวาดสายตามองโดยรอบ เว้นจังหวะให้มีการสำรวมความ รู้สึกแล้วจึงอ่านต่อ
ทรัพย์สิน ไม่ใช่ปล่อยให้ป้าแกทำตามอำเภอใจ”
“แต่คุณปรียางค์ศรีมีสิทธิโดยชอบธรรมตามกฎหมายนะครับคุณพันธ์รพี เธอเป็นผู้ถือสิทธิในกองมรดกทุกอย่าง”
“ฉันไม่ยอม ถ้าฉันรู้ว่าคุณพ่อคุณแม่ทิ้งทรัพย์สมบัติไว้มากมายขนาดนี้ จ้างให้ฉันก็ไม่ยอมเอาหรอกเงินก้อนเท่าขี้เล็บก้อนนั้น ฉันจะถือว่าคุณพี่มีเจตนา ที่จะปกปิดข้อเท็จจริง ฉันจะฟ้อง” ประกาศลั่นโดยไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม นายแพทย์สฤษด์คุณเดินตามมารดาที่กระแทกกระทั้นออกนอกห้องไปรวมทั้ง คนอื่นๆ
ร้อยตำรวจเอกธีรัชเดินเข้ามากระซิบที่ร่างสูงใหญ่ “ฉันจะตามแม่ลูกคู่นั้นไป ส่วนนายก็จัดการตามแผนแล้วกัน”
ศกรพยักหน้า สบตากับนายตำรวจอีกสองสามนายที่ติดตามมา ก่อนเดิน
เลี่ยงออกไปด้านนอกอีกทางโดยมีสายตาพันตำรวจเอกทรงยศมองตาม9ย่างห่วงใย ทนายดำรงเดินเข้ามาใกล้ ในมือยังถือแฟ้มเอกสารไว้แน่น
■แผนของผู้กองศกรจะได้ผลรึเปล่าครับท่านผู้กำกับฯ!” แม่แรง ไฟฟ้า รถยนต์
“ผมก็ยังไม่รู้…แต่อย่างหนึ่งแผนนี้ผมก็โล่งใจแล้วว่าคุณกาซะลองไม่ได้เป็น คนฆ่าคุณปรียางค์ศรี”
บุรุษวัยเดียวกันยิ้มให้กันอย่างมีเลศนัย อย่างน้อยคุ้มภูคากาชะลองกIม่
ได้มีอาถรรพ์อย่างที่ใครๆ คิด
กาซะลองเดินวนเวียนอยู่ภายในอุโมงค์ ร่างระหงดูเหี่ยวแห้งทรุดโทรม มันเป็นความทดท้อที่ไม่สามารถหาทางออกส่โลกภายนอกได้ เริ่มหมดแรงทั้งแรง ใจและร่างกาย ยิ่งเห็นความวุ่นวายโกลาหลที่เบี้องบนก็ยิ่งทุกข์ท้อ แม้ไม่
สามารถล่วงรู้ถึงบทสนทนา แต่ท่าทางการกระทำทุกอย่างบ่งบอกชัด มรดกเลือด! กำลังมีปัญหา
เหวี่ยงกำปีนไปที่ฝาผนังอย่างโกรธแค้น ทำไม…ทุกอย่างถึงต้องลงเอยแบบนี้ มีแต่ความหิวกระหายในทรัพย์สมบัติ จนลืมหมดแม้กระทั่งมนุษยธรรมในใจ
ยินเสียงกุกกักตรงปากอุโมงค์ ร่างระหงยืนนิ่ง คิดหนักกับภยันตรายที่ อาจจะเกิดขึ้น

แม่แรง ไฟฟ้า รถยนต์

บรรยากาศน่ากลัวจะตายแว่นตา

ทนายดำรงแอบช่อนยิ้มเมื่อเห็นสีหน้าเหล่าบรรดาทายาทคุณปรียางค์ศรี ที่มาร่วมรับฟังก่ารเปิดพินัยกรรม แต่ละคนมองหน้ากันเลิ่กลั่กฉายทั้งความ หวาดหวั่นและตื่นกลัว ยกเว้นนายแพทย์สฤษด์คุณที่นั่งหมดอาลัยตายอยาก อยู่มุมห้อง สีหน้านายแพทย์ใหญ่ไม่มีความยินดียินร้ายไม่ว่าจะมีใครเคลื่อนไหว เข้ามาในห้อง ผู้เป็นมารดาเสียอีกที่กระวนกระวายอย่างเห็นได้ชัด ท้ายสุดเมื่อ อดรนทนไม่ไหวก็แว้ดออกมา
“นี่คุณทนาย! เป็นบ้าไปแล้วรึไงถึงได้นัดมาเปิดพินัยกรรมตอนเที่ยงคืน ดูซิ! บรรยากาศน่ากลัวจะตาย” แว่นตากันแดด
มองรอบกายอย่างหวาดๆ หน้าต่างทุกบานถูกเปิดโล่งจนเห็นลมพัดผ้าม่าน ขาวพลิ้วไหว แสงจันทร์สีอ่อนทอแสงนวลล้อเล่นกับเงาทะมึนของขุนเขาแมกไม้ เสียงนกแสกร้องแกว๊กๆ ยั่วโสตประสาท นกบ้าอะใร.’ มาบินกันตอนนี้ ไม่รู้จัก กาลเทศะ
ทนายดำรงค้อมคืรษะลงนิดๆ ตอบเสียงนุ่ม “เป็นความประสงค์ของคุณปรียางค์ศรีครับ”
“คุณพี่!” พึมพำออกมาแล้วนั่งตัวสันอยู่เงียบๆ แต่ก็นั่งอยู่ได้ไม่นาน
“…ทรัพย์สินที่เป็นอสังหาริมทรัพย์อันได้แก่ ที่ดินหนึ่งร้อยห้าสิบผืนที่อยู่ใน จังหวัดเชียงรายรวมหนึ่งพันห้าร้อยสิบสามไร่ ที่ดินสิบสามผืนในจังหวัดเชียงใหม่ รวมสามร้อยยี่สิบห้าไร่ ที่ดินในจังหวัดน่านห้าผืนรวมเจ็ดสิบแปดไร่ ขอมอบให้ สาธารณกุศลในการจัดตั้งโรงเรียน โรงพยาบาล สถานีตำรวจ และสถานที่อื่นๆ อันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน”
มีเสียงงึมงำด้วยความไม’พอใจ ทนายดำรงไม่สนใจ อ่านข้อความในกระดาษ ต่อ และสรุปตรงที่ทรัพย์สินที่เป็นสังหาริมทรัพย์ทุกอย่างให้ขายทอดตลาดเพื่อ นำเงินไว้ใช้ประโยชน์ในการก่อสร้างสาธารณกุศล และท้ายสุด… แว่นกันแดด
”คุ้มภูคากาชะลองให้จัดสร้างเป็นพิพิธภัณฑ์เพี่อเป็นประโยชน์แก่คนรุ่นหลัง ส่วนทรัพย์สินที่เป็นเงินสดให้นำมาใช้จ่ายในการบูรณะดูแลรักษาพิพิธภัณฑ์ใน โอกาสต่อไป”
คุณพันธุรพีแทบล้มทั้งยืน ความ&นที่คิดไว้ชักจะไม่เป็นจริง คุณพี่คิด ได้อย่างไรถึงยกทรัพย์3นทั้งหมดให้เป็นของสาธารณกุศล “ฉะ…ฉันไม่ยอม”
ตวาดเสียงก้อง แม้แต่นายแพทย์สฤษด์คุณที่นั่งหมดอาลัยตายอยากยังหัน มามองมารดา สีหน้าของแม่ซีดเผือดแต่ดวงตาแดงกํ่าเหมือนคนกำลังโกรธจัด ก็คงจะโกรธเมื่อลิ”งที่’คิดไม่เป็นดังที่หวัง
”ยังไงๆ ฉันก็ไม่ยอม ฉันน่ะเป็นน้องสาว ฉันย่อมมีสิทธิในทรัพย์สมบัติ ทุกอย่างของตระกูล แล้วจู่ๆ คุณพี่จะมายกให้เป็นของสาธารณะได้ยังไง”
“แต่คุณพันธุรพีก็ได้ส่วนแบ่งจากกองมรดกไปแล้วนะครับ”
ทนายดำรงแย้ง ยังจำได้ถึงการขอแบ่งทรัพย์สมบัติครั้งก่อนที่คุณพันธุรพี ขอกับผู้เป็นพี่สาวตั้งแต่ที่ตัดสินใจมาอยู่เชียงราย
■จริงด้วยครับคุณแม่ เราได้ส่วนแบ่งจากคุณป้ามาแล้ว,’ แว่นตา
นายแพทย์สฤษด์คุณที่นั่งฟังอยู่นานเอ่ยขึ้น นาทีนี้ทรัพย์สมบัติแคไหน ก็ไม่มีความหมาย 3งที่เขาต้องการอย่างเดียวคือการVเนคืนชีวิตของแพรสา
“เงินก้อนนิดเดียวน่ะนะ!” ผู้เป็นมารดาขึ้นเสียงสูง
“มันเทียบไม่ได้หรอกกับเงินเป็นร้อยเป็นพันล้านของป้าแก ฉันไม่ยอม ยังไงๆ ฉันก็ไม่ยอม ฉันก็เป็นทายาทคนหนึ่งของตระกูล ฉันย่อมมีสิทธิใน

แว่นกันแดด

ผู้กองก็รู้ว่าผมกำลังทำคะแนนอยู่แม่แรง

“แม้กระทั่งจะมีมรดกก้อนโตมาล่อ”
“ปัญญาอ่อนที่สุด” ดิสธรสบถ เขาเหยียดริมฝีปากออกอย่างรังเกียจุ. “ปีบจะทำยังงั้นไปทำไมในเมื่อ…พูดก็พูดเถอะ หากคุณปรียางค์ศรีเป็นอะไรไป มรดกก็ตกเป็นของปีบอยู่ดี”
“แต่อาจจะได้เร็วขึ้น”
คราวนี้ริมฝีปากของลูกชายท่านรัฐมนตรียิ่งเหยียดออก “ถ้าเป็นคนอื่นพูด ผมคงได้ตั๊นหน้าไปแล้ว”
ร้อยตำรวจเอกศกรมองอีกฝ่ายด้วยสีหน้ายิ้มละไม ไม่คิดว่าหนุ่มที่ท่าทาง ก๊องแก๊งบทจะยัวะขึ้นมาก็น่าดูเหมือนกัน ดิสธรทำเสียงผ่านออกมาทางลำคอ ก่อนพูดต่อ
“จะบอกให้นะคุณผู้กอง แค่ค่าตัวในการแสดงของปีบทั้งชาติก็ใช้กันไม่ หวาดไม่ไหวอยู่แล้ว ยังไงปีบก็ไม่มีวันทำเรื่องบ้าๆ อย่างนั้น” “แล้วคนอื่นๆ”
“อันนี้ผมยิ่งไม่รู้ เท่าที่ผมอยู่ไม่ค่อยเห็นคุณยายเล็กมาที่บ้านเท่าไหร่ จะมีก็แต่นายแพทย์สฤษด์คุณที่แวะเวียนมาบ้างเท่านั้น”
คราวนี้ศกรเป็นฝ่ายนิ่งเงียบไปบ้าง ปกติเวลาที่เขาแวะเวียนไปที่คุ้มภูคา กาซะลองมักจะเห็นคุณพันธุรพีอยู่กับผู้เป็นพี่สาวบ่อยๆ ตามด้วยนายแพทย์หนุ่ม ที่มักจะแวะเวียนมาตรวจดูอาการผู้เป็นป้า แต่ป้จจุบันทำไมคนทั้งคู่ห่างหาย
คิดไปถึงคำบอกเล่าของศรานตาเมื่อวันนัดรับประทานข้าว และเป็นวันแรก ที่เขาเริ่มคิดไปถึงความไม่ชอบมาพากลภายในคุ้ม
อุบัติเหตุและมรดก!
“ผู้กองสงสัยอะไรอีก” ดิสธรเป็นฝ่ายเอ่ยถาม ท่าทางของผู้กองหนุ่มเหมือน ครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ความคิดวนเวียนไปถึงวันที่ได้เจอกัน ผู้กองหนุ่มคนนี้ เหมือนมีเรื่องคิดในใจตลอดเวลา
แทนคำตอบ ร้อยตำรวจเอกศกรกลับถามไปเรื่องอื่น “คุณมาที่คุ้มนี่ทำไม”
“ผู้กองถามแปลก” ดิสธรขึ้นเสียงสูง นํ้าเสียงกลั้วหัวเราะน้อยๆ หนุ่มหน้าตี๋ ทำหน้าทะเล้น “ก็มาหาปีบไง ผู้กองก็รู้ว่าผมกำลังทำคะแนนอยู่”
“ทำคะแนน? นี่คุณไม่ได้เป็นแฟนกาซะลองหรือ” แม่แรงไฟฟ้า
“ผม…ผมไม่มีความหวังอะไรอีกแล้ว ปีบทำเอาผมหมดความมั่นใจ” พูด เสียงอ่อย ผู้กองหนุ่มยิ้มในสีหน้า ทำเสียงกระแอมในลำคอ สรุปสั้นๆ
“ถ้าคุณทำตามอย่างที่พูดจริงๆ ก็ถือว่าเป็นเรื่องดี งั้นวันนี้ผมขอรบกวน คุณแค่นี้ ขอบคุณ” ผายมือเชิญ แต่หนุ่มหน้าตี๋กลับเดินเข้ามาใกล้จ้องหน้า ผู้กองหนุ่มนิ่ง ลูกชายท่านรัฐมนตรีถามเสียงนิ่ง
“ผู้กองกำลังพูดถึงเรื่องอะไร” แม่แรง ไฟฟ้า รถยนต์
ผู้กองหนุ่มยิ้มนิดๆ เขาสบสายตาอีกฝ่ายอย่างไม่หวั่น “เรื่องความปลอดภัย ของผู้หญง เพราะกิตติตัพท์ความเสน่ห์แรงของคุณลือกระฉ่อนไปทั่ววงลังคม มิใช่หรือ ผมเลยอยากจะขอลักอย่าง ผู้หญิงบางคนไม่ใช่ขนมหวานที่จะให้คุณ แวะมาลิ้มชิมรส เพียงเพราะเห็นเขาด้อยค่าราคาตํ่า”
ดิสธรยักไหล่ ลองพูดอีหรอบนี้ ผู้กองร่างใหญ่นี่ก็คงจะรู้ แหม ข่าวรั่ว
ไหลเร็วจริงๆ ไม่แพ้แวดวงIปีโซที่[ขาอยู่ อย่างว่า จะสังคมไหนๆ เรื่องแบบนี้ ไปเร็วเสมอ
ลูกชายท่านรัฐมนตรียิ้มที่มุมปาก เขาพยักหน้าน้อยๆ อย่างถือดี “งั้น ผมก็จะพยายามลดเสน่ห์ของผมลงก็แล้วกัน” ใบหน้าขาวตี๋ยื่นเข้าไปใกล้หน้า คร้ามเข้มนั้น พลางยิ้มใส่ตาอีกฝ่ายอย่างมีเลศนัย “ว่าแต่ว่า…คำถามบางอย่าง ระหว่างผมกับดอกปีบไม่น่าจะเกี่ยวกับรูปคดีนะผู้กอง คำถามส่วนตัวหรือเปล่า”
คราวนี้ผู้กองหน้าเข้มหลบสายตาเป็นพัลวัน ร้อยตำรวจเอกแกล้งเก๊กขรึม แม่แรงยกรถ
กลบเกลื่อนทั้งที่ความจริงอยากเตะลูกชายท่านรัฐมนตรีลักป้าบ! ข้อหาที’บังอาจ…รู้ทัน
“ความสงสัยของคุณเป็นเรื่องที่ดีมาก แต่ผมว่าเก็บความสงลัยของคุณไป สืบหาความจริงดีกว่า เผื่อจะพิสูจน์ความบริสุทธิของคุณได้เร็วขึ้น”
ดิสธรอมยิ้ม รู้ดีว่าไม่มีทางต้อนผู้กองหน้าเข้มจนมุมได้แน่ ชายหนุ่มยัก ไหล่บอกคำลาลันๆ ก่อนเดินตัวตรงออกไปข้างนอก รู้สืกโล่งใจที่ออกมาจาก ห้องสืบสวนนั่นเสียได้ แม้จะยังคลางแคลงเรื่องระหว่างตัวเองกับเด็กแพรสานั่นอยู่
หนุ่มหน้าตี๋สูดลมหายใจอย่างโล่งอก แต่ยังไม่ทันได้ถึงครึ่งปอดเสียง โทรตัพท์มือถือก็ดังขึ้น พอเห็นหมายเลขที่โชว์หน้าจอลูกชายท่านรัฐมนตรีถึงกับ หน้าเสีย

แม่แรง ไฟฟ้า รถยนต์

ท่านรัฐมนตรี กัดฟันกรอดจักรยาน

“คุณพ่อ…”
รัฐมนตรีสมศักดิ้แทบจะเขวี้ยงโทรศัพท์ทิ้งเมื่อรู้สาเหตุที่ทำให้เจ้าลูกชาย ต้องเดินทางไปอยู่ที่คุ้มภูคากาซะลอง คุณหญิงยุพาพักตร์ยิ่งไม่ต้องพูดถึง นั่ง ตัวลีบตัวบางเพราะรู้โดยทันทีว่าคงต้องโดนเต็มๆ
ท่านรัฐมนตรีทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟาอย่างแรงพอที่จะทำให้ผู้เป็นภรรยาสะดุ้งเฮือก  จักรยานล้อโต
“ผมอยากรู้จริงๆ ว่าสติปัญญาคุณหญิงยังดีอยู่มั้ย ที่ส่งเจ้าดิสไปตามตื๊อ ตามจีบหลานสาวยัยผู้ดีทางเหนืออะไรนั่น แล้วเป็นไง เกิดเรื่องฉาวโฉ่ขึ้นมา แบบนี้ใครจะรับผิดชอบ ขายหน้ามาถึงวงส์ตระกูลหมด คุณหญิงรู้มั้ยตอนที่ ผู้กำกับฯ ทรงยศเขาโทรมาบอกว่านายดิสตกเป็นผู้ต้องสงสัยการฆาตกรรมคุณ ปรียางค์ศรี หน้าผมเหลือแค่ไหน เหลือไม่ถึงสองกระเบียด”
“ก็ดิฉันหวังดีนี่คะคุณพี่” เถียงเสียงอ่อย “คุณพี่ก็รู้ว่าตอนนี้ฐานะของเรา ยอบแยบ ถ้านายดิสได้แต่งงานกับหนูปีบ นั่นก็หมายถึงฐานะของเรามันจะ…ดีขึ้น”
“โดยให้นายดิสเกาะชายกระโปรงผู้หญิงน่ะหรือคุณหญิง” ท่านรัฐมนตรี กัดฟันกรอด “ผมจะบอกให้ ถ้าคุณหญิงลดความหรูหราฟุมเฟือยลง เงินเดือน ผมมันก็พอจะเลี้ยงลูกเลี้ยงตัวได้”
“เลี้ยงแบบกระท่อนกระแท่นน่ะหรือคะ” จักรยาน fat bike
“คุณหญิง!” ท่านรัฐมนตรีขึ้นเสียง แต่คุณหญิงหาได้กลัวไม่ ดวงหน้ากลม แป้นเงยสบตาผู้เป็นสามีนิ่ง
“ดิฉันเบื่อเต็มทนแล้วกับการเป็นผู้ดีแต่เปลือกน่ะ ทำไมคุณพี่ไม’ทำเหมือน คนอื่นๆ บ้าง ต้องให้ดิฉันกับลูกลำบากทำไม”
“ด้วยการคอร์รัปชั่นโกงกินบ้านเมืองน่ะหรือ” ผู้เป็นสามีแค่นเสียง ดวงตา ไหวระริกด้วยความโกรธ “บรรพบุรุษของผมไม่เคยสังเคยสอน เอาซี้ ถ้าอยู่กับ ผมแล้วคุณกับลูกไม่มีความสุข จะไปไหนก็ไป แต่บอกให้นะ ถ้าไอ้ดิสธรมัน ทำเลวทำชั่วอย่างนั้นจริงๆ ผมไม่มีทางช่วยมันหรอก”
หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากด ทันทีที่ปลายสายรับสายท่านรัฐมนตรีก็กรอก . เสียงเข้ม เครียดจนผู้เป็นภรรยาใจหายวาบ
“ถ้าลูกผมผิด ลากคอมันเข้าตะรางได้เลยนะท่านผู้กำกับฯ ไม่ต้องเกรงใจ ผมบอกได้เลยงานนี้ผมไม่อุทธรณ์!”
มือที่ถือหนังสือพิมพ์ค้างอยู่สันระริกก่อนที่จะปล่อยให้หล่นลงข้างตัวอย่าง หมดแรง กาซะลองหลับตาลงอย่างเหนื่อยอ่อน พยายามฝืนตัวเองที่จะบอกว่า สิงที่เกิดขึ้นเป็นเพียงฝืนร้าย แต่ก็ทำไผ่ได้ ในเมื่อทุกอย่างมันคือความจริง จักรยานล้อใหญ่
หัวข้อข่าวที่พาดและรายละเอียดของข่าวยังคอยยา…ว่าหล่อนคือฆาตกร คือจอมวางแผนที่ยอมทำทุกอย่างแม้กระทั่งการทำร้ายผู้มืพระคุณเพียงเพราะหวัง มรดก โดยมืดิสธร แฟนหนุ่มลูกชายท่านรัฐมนตรีเป็นผู้ร่วมวางแผนด้วย
คุณหญิงยุพาพักตร์ผู้เป็นมารดาของดิสธรโทรมาโวยวายหล่อนแต่เช้า หาว่าคือตัวต้นเหตุที่ทำให้วง^วานว่านเครือของท่านเสียชื่อ ลูกชายของท่านต้อง โชคร้าย
ไร้เรี่ยวแรงที่จะโต้ตอบ แค่นี้ก็เหน็ดเหนื่อยเกินกว่าที่จะลุกขึ้นสู้รบปรบ มือกับใคร
นํ้าตาไหลลงมาอาบแก้มโดยปราศจากเสียงสะอื้น เจ็บหนึบที่หัวอก ทำไมเหตุการณ์เช่นนี้ต้องเกิดขึ้น…ต้องมาเกิดขึ้นกับชีวิตของหล่อน หรือว่า…จะเป็นเพราะอาถรรพ์ของดอกกาซะลอง ฉับพลันเหมือนจะได้กลิ่นดอกกาซะลองรวยริน แต่เพียงชั่วครู่กลิ่นนั้นก็

จักรยานล้อโต

ปริมาณที่มากและต่อเนื่องแว่นกันแดด

ร่างสูงใหญ่ที่ยืนตรงแน่วอยู่หน้าผู้บังคับบัญชาไหวกายเพียงเล็กน้อยเมื่อ ยื่นมือออกไปรับแฟ็มเอกสาร พันตำรวจเอกทรงยศบอกลูกน้องเสียงรัวเร็ว
“นั่งก่อนผู้กอง เราคงต้องคุยกันยาว นี่เป็นข้อมูลเรื่องผลตรวจร่างกาย คุณปรียางค์ศรี” ร้อยตำรวจเอกศกรพลิกแฟ้มดูอย่างรวดเร็ว นัยน์ตาคมเข้ม กวาดสายตาอ่านแฟ้มข้อมูลแทบจะเจาะลงไปในเนือกระดาษ ชั่วครู่ผู้กองหนุ่ม ก็เงยหน้าขึ้นมาบอกผู้บังคับบัญชา แว่นตากันแดด
“กาล1ๅ0เ”3กา มีฤทธี้เป็นยากล่อมประสาทและมีอันตรายจริงหากได้รับใน ปริมาณที่มากและต่อเนื่อง”
“ใช่ แต่ที่ผมได้รับรายงานมา คุณปรียางค์ศรีเพิ่งได้รับในเวลาไม่นานและ ในปริมาณที่เล็กน้อยเท่านั้น มันจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นไปตามที่คนในคุ้มภูคา กาซะลองคาดเดา”
เหมือนจะโล่งอกแต่ศกรกลับยังมีเรื่องค้างคาใจ “แต่ผลการตรวจที่ นายแพทย์สฤษด์คุณรายงานมา มันมืผลทำให้หัวใจวายโดยเฉียบพลัน”
“นั่นเป็นสิงที่เรากำลังรอรับผลการตรวจสอบอีกครั้งอ^”
“หากมันไม่ใช่ ผู้กำกับฯ ว่าคุณกาซะลองกับคุณดิสธรจะพ้นข้อกล่าวหา มั้ยครับ”
“ศกร…” ผู้บังคับบัญชาลากเสียงยาว สายตาจับที่ใบหน้าคร้ามนิ่ง “ผมรู้ ว่าโดยส่วนตัวคุณสนิทสนมกับคนในคุ้ม รวมทั้งเป็นเพื่อนเก่าเพื่อนแก่กับคุณ กาซะลอง แต่คุณต้องรู้ว่าหน้าที่และความถูกต้องต้องมาก่อน โดยเฉพาะคดีนี้ เป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน” แว่นกันแดด
คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันในทันที คดีนี้อยู่ในความสนใจของประชาชน มัน หมายความว่าอย่างไร
ชะรอยผู้บังคับบัญชาจะอ่านสีหน้าของผู้กองหนุ่มออก พันตำรวจเอกทรงยศ หยิบหนังสือพิมพ์ที่วางหราอยู่บนโต๊ะส่งให้
ศกรรีบรับมาอย่างรวดเร็ว นัยน์ตาคมกริบกวาดสายตามองผ่านข่าวพาดหัว
‘นางเอกชื่อดัง กาซะลอง กลายเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีพินัยกรรมมรณะ’
ชาดิกไปทั้งร่าง เกิดคำถามกึกก้องขึ้นในใจ โครกันเป็นผู้1ห้ข่าว
จางหาย กาซะลองเนี้อตัวเย็นเฉียบ สัญญาณบางอย่างบอกว่า…เหตุร้ายกำลังจะเกิด มันจะเกิดขึ้นมาเหมือนกับทุกครั้ง.’
หญิงสาวผุดลุกขึ้น กวาดสายตามองไปโดยรอบ บอกกับตัวเองอย่าง เด็ดเดี่ยว หากจะมีสีงโดเกิดขึ้น…ครั้งนี้หล่อนต้องมีส่วนรับรู้…รู้เห็นด้วย
ได้ยินเสียงฝืเท้าดังแผ่วๆ ห่างไกล ก่อนที่จะดังใกล้เข้ามา ค่อยๆ {ดขึ้นๆ กาซะลองหยิบไฟฉายที่วางอยู่บนหัวเตียงขึ้นมาถือ ย่องไปเปิดประตูห้องนอน แต่ทันทีที่เปิดออก คนที่อยู่ภายนอกก็ร้องกรี๊ด
“จะบ้าเหรอยัยปืบ มาถือไฟฉายไว้อย่างนี้ จะฆ่ากันให้ตายหรือไง”
กาซะลองใจหายวูบ หญิงสาวตอบผู้เป็นยายเล็กเสียงอ้อมแอ้ม
“ขอโทษค่ะ ปีบคิดว่ามีใครลักลอบเข้ามา” แว่นตา
คุณพันธุรพีเบ้ปากค่อนว่าออกมาดังๆ “ประสาท! นี่ชีวิตจริงนะยะ ไม่ใช่
ละคร”
นายแพทย์สฤษด์คุณมองมารดาด้วยสายตาตำหนิ จะชั่วจะดีอย่างไร กาซะลองก็ยังเป็นหลาน หนุ่มใหญ่เดินตามมารดาเข้าไปในห้องอย่างเงียบๆ
“ผู้กองศกรเขามา อยากจะสอบปากคำหล่อน” คุณพันธุรพีเอ่ยเสียงแข็ง เดินไปสำรวจตรวจตราภายในห้อง ดวงตาคมเหมือนเหยี่ยวกวาดมองไปทั่ว อย่างน้อยมันก็น่าจะมีอะไรลักอย่างมัดตัวคนผิด
กาซะลองคอแข็ง ยิ่งเห็นการกระทำของผู้เป็นญาติผู้ใหญ่ก็ยิ่งเศร้า หญิงสาวบอกเสียงห้วน
“ปีบไม่ได้ทำอะไรผิด ปีบไม่ไป”
“ยัยปีบ!”
“ปีบ! น้าว่าใจเย็นๆ ก่อน” นายแพทย์สฤษด์คุณเข้ามาไกล่เกลี่ยเมื่อเห็น สีหน้าโกรธเกรี้ยวของผู้เป็นแม่ มือคร้ามใหญ่เอี้อมมาตบไหล่หลานสาวเบาๆ “ไป คุยกับนายศกเขาเถอะ อย่างน้อยก็เพื่อความสบายใจของปีบเอง”
“ปีบไม่เข้าใจเลยค่ะน้าฤษด์ ในขณะที่เกิดเรื่องราวที่มันเลวร้ายขึ้นมาในคุ้ม ทั้งคุณยายเสีย ทั้งมีคนลักลอบเข้ามา ทำไมใครๆ ถึงคิดว่าปีบเป็นคนก่อเรื่อง”
“ก็มรดกไงแม่ปีบ มรดกที่ทำให้ใครต่อใครตาโต”
“แต่ใครคนนั้นต้องไม่ใช่ปีบแน่นอนค่ะ” หญิงสาวเปล่งเสียงดวงตาวาวโรจน์

แว่นตากันแดด

สนิทสนมกับคุณหมอแม่แรงยกรถ

ภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้าทำให้ผู้ที่กำลังจะก้าวเท้าเดินเข้าไปในห้องต้องหยุด ชะงักเพียงแค่นั้น มือผอมบางที่ถือถาดบรรจุอาหารสันระริก แต่ยังคงฝืนใจที่ จะประคองไม่ให้มันตกแตกลงไป แพรสาพยายามเมินที่จะไม่มองภาพผู้กองใน ดวงใจตระกองกอดนายสาวอย่างทะ^ถนอม
เด็กสาวกัดริมฝืปากแน่นกลั้นก้อนสะอื้นไม่ให้มันดึงดันไหลออกมา…เจ็บ หนึบที่หัวใจเมื่อไม่อาจปฏิเสธความจริงที่เห็นและเป็นอยู่ ที่แท้…หัวใจของผู้กองศกรอยู่ที’คุณกาซะลองเสมอมา หันหลังเดินกลับด้วยความรู้สึกที่เลื่อนลอย ในใจของเด็กสาวเคว้งคว้าง นาทีนี้…หล่อนจะเทลือใครอีก พ่อก็เพิ่งจากไป…ร้อยตำรวจเอกศกร เขา ก็ไม่เคยมีใจให้
เดินเข้าโรงครัวไปเก็บสำรับอาหารโดยที่ไม่คิดจะเอาไปให้นายสาว ป้า คำสร้อยอดถามไม่ได้เมื่อเห็นอาหารไม่ได้พร่องลงไปเลย “นี่คุณปีบไม่กินอะไรเลยหรือแพรสา” เด็กสาวพยักหน้าเล็กน้อยตอบเสียงกระแทกกระทั้น “อิ่มอกอิ่มใจขนาดนี้ คุณปีบคงกินอะไรไม่ลง!” แม่แรงไฟฟ้า สนิทสนมกับคุณหมอตั้งแต่
เมื่อไร
แม่บ้านเก่าแก่อดตั้งคำถามในใจไม่ได้ หญิงวัยกลางคนแกล้งเมินมองไป ทางอื่น เมื่อเห็นนายแพทย์ใหญ่มีท่าทางอิหลักอิเหลื่อ
ความหึง…ความหวงทำให้เขาเก็บความรู้ลืกไวIม่ได้ หน้าร้อนเป็นแถบๆ เมื่ออ่านสายตาของอีกฝายออก ยังดีทิ่เป็นข้าเก่าเต่าเลี้ยงในบ้าน หากเป็นคน
อื่นเขาจะเอาหน้าไวIหน แม่แรง ไฟฟ้า รถยนต์
“ช่างเถอะ ไม่อยู่ก็ไม่เป็นไร” นายแพทย์ใหญ่ตัดบท “แต่ถ้าเจอเขาเมื่อไร… ก็บอกให้ไปหาฉันด้วย”
“คุณหมอมีอะไรจะใช้มันหรือคะ ให้ดิฉันรับใช้แทนก็ได้”
รีบออกตัวแทนให้ ด้วยห่วงว่าเด็กสาวจะโดนเอ็ด โครก็รูวานายแพทย์ใหญ่ บทจะเกรี้ยวก็กราดไปหมดทุกหน้า
“ฉันเรียกแพรสา” เสียงห้าวเริ่มเข้มขึ้นก่อนตัดบทอย่างรำคาญเต็มแก่ “ถ้าเจอก็ให้ไปหาฉันแล้วกัน”
“ที่บ้านเหรอคะ” คำสร้อยรีบเอ่ยถาม เพราะปกตินายแพทย์สฤษด์คุณไม่ ได้อยู่ที่คุ้ม เขาจะอยู่ที่บ้านหลังใหญ่ใจกลางเมืองกับคุณพันธุรพีผู้เป็นมารดา แต่ก็มักจะแวะเวียนมาหาคุณปรียางค์ศรีเป็นประจำ โดยมีหล่อนเข้าไปรับใช้ อาทิตย์ละสองสามครั้งตามคำสั่งของคุณปรียางค์ศรี
นี่ธุระมันสำคัญถึงขนาดจะให้แพรสาไปหาถึงบ้านเสยรึ แม่แรงรถยก
“ที่นี่…ที่เรือนรับรอง ระยะนีฉันกับคุณแม่จะอยู่ที่นี่ไปก่อน จนกว่าเรื่อง ทุกอย่างจะเรียบร้อย”
นายแพทย์สฤษด์คุณตะเบ็งเสียงอย่างเกรี้ยวกราด อารมณ์หงุดหงิดที่ก่อ ตัวมาก่อนทำให้ทุกสิงทุกอย่างดูขวางหูขวางตาไปหมด แม้กระทั่งคนเก่าแก่ที่คุณ ปรืยางค์ศรีเลี้ยงมานาน
คำสร้อยรับคำ แม้ทีแรกจะไม่ได้นึกสงสัยอะไรมากมาย แต่จากสีหน้าและ แววตาของนายแพทย์สฤษด์คุณยามเมื่อถามหาแพรสาทำให้อดสงสัยไม่ได้ สองคนนี้มีสับลมคมในอะไรกัน
หญิงวัยกลางคนมองตามจนร่างสูงใหญ่ก้าวขึ้นบนตึก กำลังจะละสายตา

แม่แรงรถยก

อย่างโล่งอกแต่ในใจยังแม่แรงไฟฟ้า

มาทำงานที่ค้างต่อก็พอดีเหลือบเหั๊นร่างเล็กบางของผู้ที่นายแพทย์สฤษด์คุณ กำลังตามหาโผล่ออกมาจากพุ่มไม้หนาข้างเรือนพักอย่างระแวดระ^ง ก่อน สาวเท้าไปทางด้านหน้าคุ้มอย่างรวดเร็ว
แม่บ้านเก่าแก่เขม้นมอง อุวะ! สองคนนี้เล่นเอาเถิดเจ้าล่อกันรึไง สงสัย ต้องจับเข่าคุยกับแพรสา!
ร่างบอบบางของเด็กสาววิ่งมาหลบอยู่ข้างซุ้มดอกปีบตรงมุมตึกด้านหน้า แพรสาลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกแต่ในใจยังเต้นระทึก แม่แรงไฟฟ้า
เมื่อครู่หล่อนเห็นนายแพทย์สฤษด์คุณเดินตรงลิ่วไปยังห้องพัก อารมณ์ เศร้ากำสรดที่มีต่อผู้กองหนุ่มแทบเลือนหายเปลี่ยนเป็นความขยะแขยงแทน เมื่อรู้ว่านายแพทย์ใหญ่มาหาหล่อนด้วยวัตถุประสงค์อันใด
ไม่ต้องรอให้ประวัติศาสตร์ความเลวร้ายมันเกิดขึ้นชาสอง หล่อนรีบหลบ ออกมาจากห้องทันที แต่กระนั้นก็ยังมายืนใจคอระทึกด้วยร้ว่านายแพทย์หนุ่มไม่ ยอมรามืออย่างง่ายๆ เป็นแน่ ครั้งนี้อาจจะรอด แต่ครั้งหน้า…และที่สำคัญหล่อน จะหลบมนุษย์ใจโฉดผู้นั้นได้นานแค’ไหนนอกจากหนีไIเจากทิ่นิ่’ให้.เร็วที่สุด และ คนคนเดียวที่จะช่วยหล่อนได้คือร้อยตำรวจเอกคกร
ดวงตากลมโตมองนิ่งไปที่ตัวตึก ภายในใจเด็กสาวร้อนรุ่ม เวลาก็ผ่านมา ตั้งนานแล้วผู้:กองยังไม่ลงมาจากตึกอีกหรือ ‘ผู้กองจะคุยอะไรกับคุณปีบอีก ในเมื่อ ทุกคนก็รู้กันอยู่แล้วว่าคุณปีบกับลูกชายรัฐมนตรีคนนั้นเป็นผู้วางแผนฆ่าคุณท่าน แม่แรง ไฟฟ้า รถยนต์
ยืนฮึดฮัดๆ อยู่อย่างนั้น จวบจนร้อยตำรวจเอกศกรก้าวลงมาจากตึก ร่างสูงใหญ่เดินตรงไปยังลานจอดรถที่เยี้องจากด้านหน้าตัวตึกไปอีกทาง เด็กสาว ยีนหันรีหันขวางมองไปโดยรอบ เมื่อไม่เห็นใครจึงเดินแกมวิ่งตามไป
“ผู้กองคะ”
“อ้าว! แพรสา”
น้อยใจจนนั้าตาเอ่อเมื่อไม่มีทีท่าว่า ‘เขา’ จะสนใจเรื่องที่เคยบอกเล่า เด็กสาวกัดริมฝีปากแน่นกลั้นสะอื้นเอาไว้สุดแรง พอเห็นปฏิกิริยาของอีกฝ่าย… ความทรงจำก็แล่นเข้ามา ศกรเกิดความรู้สืกผิดจนจับใจ
นี่เพราะเขาเป็นห่วงกาซะลองจนลืมนึกถึงความทุกข์ร้อนของเด็กลาวที’น่า ลงสารคนนี้เขียวหรือ
แห่งความน้อยเนื้อตํ่าใจที่ทำให้แพรสาพูดออกมาเช่นนี้
กาซะสองเป็นคนชงชาให้คุณปรียางค์ครี ทั้งที่โดยปกติหน้าที่นี้มันไม่ใช่
แพรสามองดูท่าทางของร้อยตำรวจเอกศกรด้วยความขัดใจ
ดูเถิด! แค่พูดถึงคุณกาซะลองเท่านั้น จิตใจของผู้กองก็ไม่อยู่กับเนี้อกับ
ตัว เด็กสาวมองไปทางอื่น ซ่อนนั้าตาที่ไหลเป็นทางและยกมือขึ้นเช็ดอย่างรวดเร็ว
ก่อนพูดเสียงกร้าว
“ได้ยินความจริงอย่างนี้ พูดอะไรไม่ออกเลยหรือคะ มันก็คงเป็นอย่าง
หลักฐานที่คุณหมอพบน่ะค่ะ ว่าปริมาณของชามันเข้มข้นไป คุณปีบคงจะใจร้อน
กลัวคุณท่านไม่ตายเร็วเลยใส่หนักมือไปหน่อย” แม่แรงยกรถ
ศกรมองหน้าเด็กสาวตรงหน้าด้วยความหนักใจ ความลดโลทีแพรลาเคย
มีมันหดหาย1ปโหนหมด เหลือเพียงความ[กรธเกรี้ยวขึ้งเคียดทีฉายอยู่ทั่ว โบหน้าหมองคลา คงเป็นเพราะความโชคร้ายที่เกิดขึ้นในชีวิต จึงทำให้หล่อนเป็น ไปได้ถึงเพียงนี้
“เธออาจจะกำลังฟังซ่าน ไว้เธออารมณ์ดีกว่านี้เราค่อยคุยกันใหม่” ผู้กองหนุ่มตัดบทแล้วร่างสูงใหญ่ก็เดินสาวเท้าไปยังที่จอดรถอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้แพรสายีนกำมีอแน่น เด็กสาวปล่อยโฮออกมาอย่างคับแค้นใจ อยากจะ ร้องกรี๊ดๆ วี้ดๆ ออกมา แต่ที่ทำได้คือกัดริมฝืปากแน่นป้องกันไม่ให้เสียงสะอื้น มันเล็ดลอดออกไปถึงหูใครอื่น [ดยเฉพาะโครคนนั้นที่หล่อนกำลังหลบสี้หนีหน้า เด็กสาวตัวลันเทิ้มค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งกับพี้นอย่างอ่อนแรง สุดท้ายหล่อน กั๊เหลือเพียงตัวคนเดียวที่ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวเดียวดาย ไร้4งใครจะมาเหลียว แลให้พักพิง ปล่อยให้นี้าตาไหลนั่งรํ่าไห้อยู่อย่างนั้นเป็นนานกว่าความเศร้าโศกา จะทุเลาลง และเมื่อสติคืนมาดังเดิมก็ได้แต่เสียดายเวลาที่ผ่าน เวลาที่หล่อน ปล่อยให้มันผ่านไปอย่างไร้ค่า ไม่ได้พูดกับเขาถึงความเจ็บปวดใจที่แสนขมขื่น เมื่อไรหนอ หล่อนถึงจะได้พบผู้กองศกรอีกครั้ง เมื่อไรหนอ ที่หล่อนจะได้อาศัยอกอุ่นเป็นที่พักพิง และเมื่อไรหนอ ที่หล่อนจะได้หนีห่างจากคนใจโฉดคนนั้นเสียที นายแพทย์สฤษด์คุณไปถึงโรงพยาบาลด้วยความห-3ดหงิดใจ ตลอดวัน ที่ผ่านมาแพรลาจงโจที่จะหลบหน้าเชา หล่อนไม่อินังขังขอบเสียด้วยซํ้าเมื่อ

แม่แรง ไฟฟ้า รถยนต์

จนไม่มีเวลาคิดถึงแม่แรงไฟฟ้า

แต่ยังไม่ทันที่จะพูดอะไรแพรสาก็ชิงพูดก่อน “ผู้กองพอจะมีเวลาที่จะคุยกับแพรมั้ยคะ” “เอาสิ แพรมีเรื่องอะไรก็พูดมา” “พูดแบบเข้าหูซ้ายทะลุหูขวายังงั้นหรือคะ”
เด็กสาวยิ้มหยัน อารมณ์น้อยเนื้อตํ่าใจทำให้พูดออกมาโดยไม่ทันคิดถึง ความควรไม่ควร
“แพร!”
ผู้กองหนุ่มเน้นเสียงเข้ม ถึงเขาจะสงสารเอ็นดูเด็กสาวตรงหน้า แต่กิริยา ท่าทางที’หล่อนหำช่างไม่น่ารักเอาเสียเลย ชะรอยหล่อนคงไม่รู้เพราะความหึงหวง ร้อนรุ่มมันกลบความรู้ถึกล่วนอื่นไปหมด แพรสาจึงพูดต่อแบบไม่ยั้ง
“ความเดือดร้อนของแพร ผู้กองเก็บเอาไปคิดบ้างมั้ย หรือวันๆ เอาแต่ คิดเรื่องคุณปีบๆๆๆ จนไม่มีเวลาคิดถึงเรืองอะไร”
“แพรสา นี่เธอเป็นอะไร คุณปีบเขามาเกี่ยวข้องอะไรด้วย” แม่แรง ไฟฟ้า รถยนต์
“เกี่ยวสิคะ เพราะถ้าไม่มีคุณปีบ ผู้กองคงจะสนใจความทุกข์ร้อนของแพร มากกว่านี้ แพรเห็นนะคะ…ว่าผู้กองทำอะไรกับคุณปีบในห้อง ผู้กองรักคุณปีบ ลงหรือคะ ทั้งๆ ที่คุณปีบน่ะวางแผนฆ่าคุณท่าน”
“แพรสา นี่เธอเหลวไหลไปใหญ่แล้วนะ อย่าลืมสิว่าคุณปีบเป็นนายของ
เธอ”
“ผู้หญิงใจดำอย่างนั้นแพรไม่รับเป็นนายหรอกค่ะ ไม่เหมือนผู้กองหรอก เป็นถึงผู้พิทักษ์สันติราษฎร์แท้ๆ แต่ความรักความหลงมันจมหัวจนมองไม่ออก ว่าอะไรดีอะไรชั่ว”
“แพรสา ถ้าเธอยังพูดจาเหลวไหลอย่างนี้ ฉันคงไม่มีอะไรจะพูดกับเธอ” “ไม่กล้าฟังเลยเหรอคะ ถึงความจริงที่ว่าคุณปีบคือฆาตกร แพรเห็นนะ คะว่าคุณปีบน่ะชงชาบ้าบออะไรนั่นให้คุณท่าน”
ยินอย่างนั้นร้อยตำรวจเอกศกรก็ได้แต่ยืนนิ่ง ครั้งแรกที’1ด้ยินเรืองนกคิด ว่าป้าคำสร้อยคงจะพูดไปเพราะต้องการแสดงให้เห็นว่าเป็นพวกเดียวกันกับคุณ พันธุรพี แต่ครั้งนี้แพรสาเป็นฝายออกมาพูดเอง
ความคิดในสมองแล่นพล่านไปหมด มันเป็นความจริงหรืออารมณ์
คำสร้อยไปตามบอกว่าเขาเรียกหา หล่อนทำเฉยเหมือนเขาเป็นอากาศธาตุที่หล่อน มองไม่เห็น ขบกรามแน่น มือคร้ามใหญ่บีบตุ๊กตายางตัวเล็กที่วางอยู่บนโต๊ะ ทำงานจนมันบี้แบนไร้ทรวดทรง รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่ริมฝีปาก แพรสาจะต่าง อะไรกับตุ๊กตาตัวน้อยตัานี้จะปีบก็ตายจะคลายก็รอด ในเมิ่อเขาสร้างมากับมือได้ เขาก็ทำลายกับมือได้เหมือนกันหากหล่อนเกิดดื้อ คลายฝ่ามือออกจากตุ๊กตาและ มันก็ค่อยๆ คืนฟูรูปทรงเดิม
ศรานตาโผล่หน้าเข้ามาในห้องทำงานนายแพทย์หนุ่มพร้อมเอกสารเต็ม สองมือ หญิงสาวเห็นอากัปกิริยานั้นพอดี สฤษด์คุณสะดุ้งเล็กน้อย รีบกลบ เกลื่อนด้วยการเชิญพยาบาลสาวนั่ง แต่สาวสวยปฏิเสธ
“อุเพียงแต่แวะเอาเอกสารมาให้คุณหมอน่ะค่ะ คุณหมอดูเครียดนะคะ แม่แรงยกรถ
ช่วงนี้”
แสร้งเอ่ยถาม ทั้งๆ ที่รู้อยู่เต็มอก พินัยกรรมมรณะเกิดขึ้น1นคุ้ม เป็น โครก็คงเครียด
นายแพทย์สฤษด์คุณพยักหน้าน้อยๆ เขายกมือขึ้นมาคลึงขมับเบาๆ พยายามให้ความคิดนั้นผ่อนคลาย
แพรสาเป็นของเขา ยังไงหล่อนก็ต้องเป็นของเขาอยู่ดี หยิบเอกสารมาเปิด อ่านเป็นเชิงตัดบท แต่พยาบาลสาวยังชวนคุยต่อ
“ปีบเป็นยังไงบ้างคะคุณหมอ อุ๊เป็นห่วง”
“ก็ไม่เป็นไรนี่ สบายดี นายศกเขาแวะไปสอบสวนทั้งเช้าทั้งเย็น แต่สอบ ยังไงไม่รู้นะ คดียังไม่เห็นคืบหน้า”
พยาบาลสาวหน้าเจื่อนไปนิด อยากรู้ความคืบหน้าของฝ่ายนั้น แต่ความจริง ที่ได้รู้กลับทำเอาหล่อนเจ็บแปลบๆ ศกรแวะไปหากาซะลองเช้าถึงเย็นถึงทุกวัน…ไป โดยที่หล่อนไม่รู้
“ยังไงศกก็ต้องทำตามหน้าที่ค่ะ อุ๊รู้นิสัยเขาดี คุณหมอไม่ต้องเป็นห่วง” หล่อนบอกหรือเป็นการปลอบใจตัวเองก็ไม่รู้ นายแพทย์สฤษด์คุณวางเอกสาร ในมือลง หมุนเก้าอี้หันมาเผชิญหน้าอีกฝ่าย เอ่ยเสียงเครียด
“ผมก็ไม่ได้ห่วงอะไรหรอกนะ เพียงแต่อยากให้คดีมันจบๆ เรื่องมันจะ ได้เงียบๆ ไปสักที หนังสือพิมพ์เล่นประโคมข่าวของยัยปีบทุกวัน เสียหาย

แม่แรงไฟฟ้า

ปีบไม่มีงานเหรอจักรยาน

ถึงวงส์ตระกูลหมด”
“ก็ปีบเขาเป็นดาราดังนี่คะ ประชาชนย่อมสนใจ”
“ผมก็รู้ แต่ที่ผมไม่รู้คือใครกันเป็นคนปล่อยข่าว คนเราเนี่ยจริงๆ ชอบ ยุ่งเรื่องชาวบ้านไม่มีที่สินสุดทั้งที่ไม่ใช่เรื่องของตัว”
ศรานตาสะอึก มั่นใจแน่ว่านายแพทย์สฤษด์คุณไม่มีวันรู้ว่า หล่อนเป็นคน ส่งข่าวให้หน้าหนังสีอพิมพ์ หล่อนเป็นคนไกล ไกลเกินกว่าที่ทุกคนจะนึกถึง
แต่พยาบาลสาวก็อดหน้าชาไม่ได้ มันเหมือนถูกด่า4งๆ หน้า “อีกหน่อยข่าวก็คงเงียบไปเองค่ะ” หล่อนอ้อมแอ้มบอก “ผมก็หวังอย่างนั้น เพราะก็สงสารหลานเหมือนกัน จริงๆ แล้วปีบไม่ใช่
คนเลวร้ายอะไร เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นปีบก็แย่ ประเดี๋ยวงานเงินหายหมด” “ปีบไม่มีงานเหรอคะ” จักรยานล้อโต
“ตอนนี้Iม่แต่อีกหน่อยอาจใช่ คุณก็รู้ไม่ใช่เหรอ คนเรามันคอยเหยียบยํ่า คนที่กำลังล้มทั้งนั้น พูดไปพูดมาผมก็ชักเป็นห่วงยัยปีบ เอ…หรือว่าจะให้ แต่งงานกับคุณดิสธรดี เขาเป็นถึงลูกชายท่านรัฐมนตรี บางทีตำแหน่งของพ่ออาจ จะช่วยกลบเรื่องคาวๆ ของลูกได้” พูดเป็นเชิงรำพึงแต่คนฟังถึงกับทำตาโต
ซีดเชียวเด่นชัด กาซะลองไม่เคยหม่นหมองIด้ขนาดนี้
“ข่าวก็คือข่าวนะปีบ อีกไม’นานคนก็จะลืม”
“จริงค่ะ อีกไม่นานคนก็จะลืม แต่คนที่เป็นข่าวไม่มีวันลืมความเจ็บปวดนี้ ได้หรอกค่ะ โดยเฉพาะการถูกตราหน้าว่าฆ่าบรรพบุรุษเพื่อหวังมรดก”
■ปีบ” จักรยาน fat bike
■ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะพี่หล้า ปีบอยู่วงการนี้มานาน ปีบชินแล้วค่ะ”
“พี่อยากรู้จริงๆ ว่าใครเป็นคนปล่อยข่าว ในเมื่อที่นี่เป็นที่ส่วนบุคคลแท้ๆ”
“นักข่าวเขาต้องมีแหล่งข่าวทั้งนั้นแหละค่ะ ไม’ว่าจะอยู่ที่ไหน”
“แต่เรื่องบางเรื่องเราก็รู้ว่าปิดข่าวกันจะตาย คนนอกไม่มีสิทธิรู้หรอก แต่นี่อะไร รู้กันทั้งประเทศ!”
โซ่ รู้กันทั้งประเทศและรู้อย่างรวดเร็ว สังหรณ์บางอย่างทำให้กาซะลอง อดคิดไม่ได้ว่า มีโครบางคนต้องการที’จะทำลายหล่อนและใครคนนั้นอยู่ไม’ไกล แต่โครคนนั้นเป็นโครกัน โนเมื่อญาติที่โกส้ชิดก็มีกันอยู่แค่นี้ คุณพันธุรพี นายแพทย์ลฤษด์คุณ ซึ่งถึงจะโกรธเกลียดแค่ไหนแต่ก็ไม่น่าที่จะทำลายหล่อนด้วย วิธีนี้ อย่างน้อยก็จำเป็นต้องรักษาไว้ซึ่งชื่อเลียงวง^ตระกูล
ความอับอายผุดขึ้นจนต้องหลบสายตาไลลา หล่อนอาจจะรู้สักได้ แต่คน อึ่นไม่ควรจะรู้ถึก คนโนทำลายกันเอง มันเป็นเรื่องที่น่าละอาย
หัวสมองหมุนติ้วมึนงงไปหมด เหมือนทุกอย่างจะถูกเตรียมการไว้แล้วนับ ตั้งแต่หล่อนก้าวย่างมาที่นี่
การเลียชีวิตของจ่าเมฆ รถที่ถูกตัดเบรก จักรยานล้อใหญ่
หดหู่ เมื่อศกรเล่าเรื่องราวให้พิงทั้งหมด
ทุกข์ เมื่อไม่สามารถรู้ถึงต้นสายปลายเหตุ เพราะมรดกเท่านั้นหรือ ถึงต้อง ทำลายเข่นฆ่ากันจนถึงชีวิต โดยมีคุณปรียางค์ศรีและหล่อนเป็นเหยื่อ แต่จ่าเมฆ กลับเป็นผู้เคราะห์ร้าย ช่างน่าอนาถใจนัก
^เหมือนผู้สูงวัยกว่าจะรู้ ผู้จัดสาวเลี่ยงไปพูดเรื่องอื่น แต่เพียงชั่วคไ1
โทรดัพท์ติดตามตัวก็ดังขึ้น ไลลาเลี่ยงไปคุยอีกด้านหนึ่งเมื่อรู้ว่าปลายสายที่โทร มาเป็นใคร
กาชะลองมองตาม จากท่าทีของผู้จัดสาวทำให้รู้ดีว่าประเด็นที่คุยกันคง

จักรยานล้อใหญ่