ปริมาณที่มากและต่อเนื่องแว่นกันแดด

ร่างสูงใหญ่ที่ยืนตรงแน่วอยู่หน้าผู้บังคับบัญชาไหวกายเพียงเล็กน้อยเมื่อ ยื่นมือออกไปรับแฟ็มเอกสาร พันตำรวจเอกทรงยศบอกลูกน้องเสียงรัวเร็ว
“นั่งก่อนผู้กอง เราคงต้องคุยกันยาว นี่เป็นข้อมูลเรื่องผลตรวจร่างกาย คุณปรียางค์ศรี” ร้อยตำรวจเอกศกรพลิกแฟ้มดูอย่างรวดเร็ว นัยน์ตาคมเข้ม กวาดสายตาอ่านแฟ้มข้อมูลแทบจะเจาะลงไปในเนือกระดาษ ชั่วครู่ผู้กองหนุ่ม ก็เงยหน้าขึ้นมาบอกผู้บังคับบัญชา แว่นตากันแดด
“กาล1ๅ0เ”3กา มีฤทธี้เป็นยากล่อมประสาทและมีอันตรายจริงหากได้รับใน ปริมาณที่มากและต่อเนื่อง”
“ใช่ แต่ที่ผมได้รับรายงานมา คุณปรียางค์ศรีเพิ่งได้รับในเวลาไม่นานและ ในปริมาณที่เล็กน้อยเท่านั้น มันจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นไปตามที่คนในคุ้มภูคา กาซะลองคาดเดา”
เหมือนจะโล่งอกแต่ศกรกลับยังมีเรื่องค้างคาใจ “แต่ผลการตรวจที่ นายแพทย์สฤษด์คุณรายงานมา มันมืผลทำให้หัวใจวายโดยเฉียบพลัน”
“นั่นเป็นสิงที่เรากำลังรอรับผลการตรวจสอบอีกครั้งอ^”
“หากมันไม่ใช่ ผู้กำกับฯ ว่าคุณกาซะลองกับคุณดิสธรจะพ้นข้อกล่าวหา มั้ยครับ”
“ศกร…” ผู้บังคับบัญชาลากเสียงยาว สายตาจับที่ใบหน้าคร้ามนิ่ง “ผมรู้ ว่าโดยส่วนตัวคุณสนิทสนมกับคนในคุ้ม รวมทั้งเป็นเพื่อนเก่าเพื่อนแก่กับคุณ กาซะลอง แต่คุณต้องรู้ว่าหน้าที่และความถูกต้องต้องมาก่อน โดยเฉพาะคดีนี้ เป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน” แว่นกันแดด
คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันในทันที คดีนี้อยู่ในความสนใจของประชาชน มัน หมายความว่าอย่างไร
ชะรอยผู้บังคับบัญชาจะอ่านสีหน้าของผู้กองหนุ่มออก พันตำรวจเอกทรงยศ หยิบหนังสือพิมพ์ที่วางหราอยู่บนโต๊ะส่งให้
ศกรรีบรับมาอย่างรวดเร็ว นัยน์ตาคมกริบกวาดสายตามองผ่านข่าวพาดหัว
‘นางเอกชื่อดัง กาซะลอง กลายเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีพินัยกรรมมรณะ’
ชาดิกไปทั้งร่าง เกิดคำถามกึกก้องขึ้นในใจ โครกันเป็นผู้1ห้ข่าว
จางหาย กาซะลองเนี้อตัวเย็นเฉียบ สัญญาณบางอย่างบอกว่า…เหตุร้ายกำลังจะเกิด มันจะเกิดขึ้นมาเหมือนกับทุกครั้ง.’
หญิงสาวผุดลุกขึ้น กวาดสายตามองไปโดยรอบ บอกกับตัวเองอย่าง เด็ดเดี่ยว หากจะมีสีงโดเกิดขึ้น…ครั้งนี้หล่อนต้องมีส่วนรับรู้…รู้เห็นด้วย
ได้ยินเสียงฝืเท้าดังแผ่วๆ ห่างไกล ก่อนที่จะดังใกล้เข้ามา ค่อยๆ {ดขึ้นๆ กาซะลองหยิบไฟฉายที่วางอยู่บนหัวเตียงขึ้นมาถือ ย่องไปเปิดประตูห้องนอน แต่ทันทีที่เปิดออก คนที่อยู่ภายนอกก็ร้องกรี๊ด
“จะบ้าเหรอยัยปืบ มาถือไฟฉายไว้อย่างนี้ จะฆ่ากันให้ตายหรือไง”
กาซะลองใจหายวูบ หญิงสาวตอบผู้เป็นยายเล็กเสียงอ้อมแอ้ม
“ขอโทษค่ะ ปีบคิดว่ามีใครลักลอบเข้ามา” แว่นตา
คุณพันธุรพีเบ้ปากค่อนว่าออกมาดังๆ “ประสาท! นี่ชีวิตจริงนะยะ ไม่ใช่
ละคร”
นายแพทย์สฤษด์คุณมองมารดาด้วยสายตาตำหนิ จะชั่วจะดีอย่างไร กาซะลองก็ยังเป็นหลาน หนุ่มใหญ่เดินตามมารดาเข้าไปในห้องอย่างเงียบๆ
“ผู้กองศกรเขามา อยากจะสอบปากคำหล่อน” คุณพันธุรพีเอ่ยเสียงแข็ง เดินไปสำรวจตรวจตราภายในห้อง ดวงตาคมเหมือนเหยี่ยวกวาดมองไปทั่ว อย่างน้อยมันก็น่าจะมีอะไรลักอย่างมัดตัวคนผิด
กาซะลองคอแข็ง ยิ่งเห็นการกระทำของผู้เป็นญาติผู้ใหญ่ก็ยิ่งเศร้า หญิงสาวบอกเสียงห้วน
“ปีบไม่ได้ทำอะไรผิด ปีบไม่ไป”
“ยัยปีบ!”
“ปีบ! น้าว่าใจเย็นๆ ก่อน” นายแพทย์สฤษด์คุณเข้ามาไกล่เกลี่ยเมื่อเห็น สีหน้าโกรธเกรี้ยวของผู้เป็นแม่ มือคร้ามใหญ่เอี้อมมาตบไหล่หลานสาวเบาๆ “ไป คุยกับนายศกเขาเถอะ อย่างน้อยก็เพื่อความสบายใจของปีบเอง”
“ปีบไม่เข้าใจเลยค่ะน้าฤษด์ ในขณะที่เกิดเรื่องราวที่มันเลวร้ายขึ้นมาในคุ้ม ทั้งคุณยายเสีย ทั้งมีคนลักลอบเข้ามา ทำไมใครๆ ถึงคิดว่าปีบเป็นคนก่อเรื่อง”
“ก็มรดกไงแม่ปีบ มรดกที่ทำให้ใครต่อใครตาโต”
“แต่ใครคนนั้นต้องไม่ใช่ปีบแน่นอนค่ะ” หญิงสาวเปล่งเสียงดวงตาวาวโรจน์

แว่นตากันแดด

Leave a Reply