Daily Archives: January 14, 2016

สนิทสนมกับคุณหมอแม่แรงยกรถ

ภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้าทำให้ผู้ที่กำลังจะก้าวเท้าเดินเข้าไปในห้องต้องหยุด ชะงักเพียงแค่นั้น มือผอมบางที่ถือถาดบรรจุอาหารสันระริก แต่ยังคงฝืนใจที่ จะประคองไม่ให้มันตกแตกลงไป แพรสาพยายามเมินที่จะไม่มองภาพผู้กองใน ดวงใจตระกองกอดนายสาวอย่างทะ^ถนอม
เด็กสาวกัดริมฝืปากแน่นกลั้นก้อนสะอื้นไม่ให้มันดึงดันไหลออกมา…เจ็บ หนึบที่หัวใจเมื่อไม่อาจปฏิเสธความจริงที่เห็นและเป็นอยู่ ที่แท้…หัวใจของผู้กองศกรอยู่ที’คุณกาซะลองเสมอมา หันหลังเดินกลับด้วยความรู้สึกที่เลื่อนลอย ในใจของเด็กสาวเคว้งคว้าง นาทีนี้…หล่อนจะเทลือใครอีก พ่อก็เพิ่งจากไป…ร้อยตำรวจเอกศกร เขา ก็ไม่เคยมีใจให้
เดินเข้าโรงครัวไปเก็บสำรับอาหารโดยที่ไม่คิดจะเอาไปให้นายสาว ป้า คำสร้อยอดถามไม่ได้เมื่อเห็นอาหารไม่ได้พร่องลงไปเลย “นี่คุณปีบไม่กินอะไรเลยหรือแพรสา” เด็กสาวพยักหน้าเล็กน้อยตอบเสียงกระแทกกระทั้น “อิ่มอกอิ่มใจขนาดนี้ คุณปีบคงกินอะไรไม่ลง!” แม่แรงไฟฟ้า สนิทสนมกับคุณหมอตั้งแต่
เมื่อไร
แม่บ้านเก่าแก่อดตั้งคำถามในใจไม่ได้ หญิงวัยกลางคนแกล้งเมินมองไป ทางอื่น เมื่อเห็นนายแพทย์ใหญ่มีท่าทางอิหลักอิเหลื่อ
ความหึง…ความหวงทำให้เขาเก็บความรู้ลืกไวIม่ได้ หน้าร้อนเป็นแถบๆ เมื่ออ่านสายตาของอีกฝายออก ยังดีทิ่เป็นข้าเก่าเต่าเลี้ยงในบ้าน หากเป็นคน
อื่นเขาจะเอาหน้าไวIหน แม่แรง ไฟฟ้า รถยนต์
“ช่างเถอะ ไม่อยู่ก็ไม่เป็นไร” นายแพทย์ใหญ่ตัดบท “แต่ถ้าเจอเขาเมื่อไร… ก็บอกให้ไปหาฉันด้วย”
“คุณหมอมีอะไรจะใช้มันหรือคะ ให้ดิฉันรับใช้แทนก็ได้”
รีบออกตัวแทนให้ ด้วยห่วงว่าเด็กสาวจะโดนเอ็ด โครก็รูวานายแพทย์ใหญ่ บทจะเกรี้ยวก็กราดไปหมดทุกหน้า
“ฉันเรียกแพรสา” เสียงห้าวเริ่มเข้มขึ้นก่อนตัดบทอย่างรำคาญเต็มแก่ “ถ้าเจอก็ให้ไปหาฉันแล้วกัน”
“ที่บ้านเหรอคะ” คำสร้อยรีบเอ่ยถาม เพราะปกตินายแพทย์สฤษด์คุณไม่ ได้อยู่ที่คุ้ม เขาจะอยู่ที่บ้านหลังใหญ่ใจกลางเมืองกับคุณพันธุรพีผู้เป็นมารดา แต่ก็มักจะแวะเวียนมาหาคุณปรียางค์ศรีเป็นประจำ โดยมีหล่อนเข้าไปรับใช้ อาทิตย์ละสองสามครั้งตามคำสั่งของคุณปรียางค์ศรี
นี่ธุระมันสำคัญถึงขนาดจะให้แพรสาไปหาถึงบ้านเสยรึ แม่แรงรถยก
“ที่นี่…ที่เรือนรับรอง ระยะนีฉันกับคุณแม่จะอยู่ที่นี่ไปก่อน จนกว่าเรื่อง ทุกอย่างจะเรียบร้อย”
นายแพทย์สฤษด์คุณตะเบ็งเสียงอย่างเกรี้ยวกราด อารมณ์หงุดหงิดที่ก่อ ตัวมาก่อนทำให้ทุกสิงทุกอย่างดูขวางหูขวางตาไปหมด แม้กระทั่งคนเก่าแก่ที่คุณ ปรืยางค์ศรีเลี้ยงมานาน
คำสร้อยรับคำ แม้ทีแรกจะไม่ได้นึกสงสัยอะไรมากมาย แต่จากสีหน้าและ แววตาของนายแพทย์สฤษด์คุณยามเมื่อถามหาแพรสาทำให้อดสงสัยไม่ได้ สองคนนี้มีสับลมคมในอะไรกัน
หญิงวัยกลางคนมองตามจนร่างสูงใหญ่ก้าวขึ้นบนตึก กำลังจะละสายตา

แม่แรงรถยก

อย่างโล่งอกแต่ในใจยังแม่แรงไฟฟ้า

มาทำงานที่ค้างต่อก็พอดีเหลือบเหั๊นร่างเล็กบางของผู้ที่นายแพทย์สฤษด์คุณ กำลังตามหาโผล่ออกมาจากพุ่มไม้หนาข้างเรือนพักอย่างระแวดระ^ง ก่อน สาวเท้าไปทางด้านหน้าคุ้มอย่างรวดเร็ว
แม่บ้านเก่าแก่เขม้นมอง อุวะ! สองคนนี้เล่นเอาเถิดเจ้าล่อกันรึไง สงสัย ต้องจับเข่าคุยกับแพรสา!
ร่างบอบบางของเด็กสาววิ่งมาหลบอยู่ข้างซุ้มดอกปีบตรงมุมตึกด้านหน้า แพรสาลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกแต่ในใจยังเต้นระทึก แม่แรงไฟฟ้า
เมื่อครู่หล่อนเห็นนายแพทย์สฤษด์คุณเดินตรงลิ่วไปยังห้องพัก อารมณ์ เศร้ากำสรดที่มีต่อผู้กองหนุ่มแทบเลือนหายเปลี่ยนเป็นความขยะแขยงแทน เมื่อรู้ว่านายแพทย์ใหญ่มาหาหล่อนด้วยวัตถุประสงค์อันใด
ไม่ต้องรอให้ประวัติศาสตร์ความเลวร้ายมันเกิดขึ้นชาสอง หล่อนรีบหลบ ออกมาจากห้องทันที แต่กระนั้นก็ยังมายืนใจคอระทึกด้วยร้ว่านายแพทย์หนุ่มไม่ ยอมรามืออย่างง่ายๆ เป็นแน่ ครั้งนี้อาจจะรอด แต่ครั้งหน้า…และที่สำคัญหล่อน จะหลบมนุษย์ใจโฉดผู้นั้นได้นานแค’ไหนนอกจากหนีไIเจากทิ่นิ่’ให้.เร็วที่สุด และ คนคนเดียวที่จะช่วยหล่อนได้คือร้อยตำรวจเอกคกร
ดวงตากลมโตมองนิ่งไปที่ตัวตึก ภายในใจเด็กสาวร้อนรุ่ม เวลาก็ผ่านมา ตั้งนานแล้วผู้:กองยังไม่ลงมาจากตึกอีกหรือ ‘ผู้กองจะคุยอะไรกับคุณปีบอีก ในเมื่อ ทุกคนก็รู้กันอยู่แล้วว่าคุณปีบกับลูกชายรัฐมนตรีคนนั้นเป็นผู้วางแผนฆ่าคุณท่าน แม่แรง ไฟฟ้า รถยนต์
ยืนฮึดฮัดๆ อยู่อย่างนั้น จวบจนร้อยตำรวจเอกศกรก้าวลงมาจากตึก ร่างสูงใหญ่เดินตรงไปยังลานจอดรถที่เยี้องจากด้านหน้าตัวตึกไปอีกทาง เด็กสาว ยีนหันรีหันขวางมองไปโดยรอบ เมื่อไม่เห็นใครจึงเดินแกมวิ่งตามไป
“ผู้กองคะ”
“อ้าว! แพรสา”
น้อยใจจนนั้าตาเอ่อเมื่อไม่มีทีท่าว่า ‘เขา’ จะสนใจเรื่องที่เคยบอกเล่า เด็กสาวกัดริมฝีปากแน่นกลั้นสะอื้นเอาไว้สุดแรง พอเห็นปฏิกิริยาของอีกฝ่าย… ความทรงจำก็แล่นเข้ามา ศกรเกิดความรู้สืกผิดจนจับใจ
นี่เพราะเขาเป็นห่วงกาซะลองจนลืมนึกถึงความทุกข์ร้อนของเด็กลาวที’น่า ลงสารคนนี้เขียวหรือ
แห่งความน้อยเนื้อตํ่าใจที่ทำให้แพรสาพูดออกมาเช่นนี้
กาซะสองเป็นคนชงชาให้คุณปรียางค์ครี ทั้งที่โดยปกติหน้าที่นี้มันไม่ใช่
แพรสามองดูท่าทางของร้อยตำรวจเอกศกรด้วยความขัดใจ
ดูเถิด! แค่พูดถึงคุณกาซะลองเท่านั้น จิตใจของผู้กองก็ไม่อยู่กับเนี้อกับ
ตัว เด็กสาวมองไปทางอื่น ซ่อนนั้าตาที่ไหลเป็นทางและยกมือขึ้นเช็ดอย่างรวดเร็ว
ก่อนพูดเสียงกร้าว
“ได้ยินความจริงอย่างนี้ พูดอะไรไม่ออกเลยหรือคะ มันก็คงเป็นอย่าง
หลักฐานที่คุณหมอพบน่ะค่ะ ว่าปริมาณของชามันเข้มข้นไป คุณปีบคงจะใจร้อน
กลัวคุณท่านไม่ตายเร็วเลยใส่หนักมือไปหน่อย” แม่แรงยกรถ
ศกรมองหน้าเด็กสาวตรงหน้าด้วยความหนักใจ ความลดโลทีแพรลาเคย
มีมันหดหาย1ปโหนหมด เหลือเพียงความ[กรธเกรี้ยวขึ้งเคียดทีฉายอยู่ทั่ว โบหน้าหมองคลา คงเป็นเพราะความโชคร้ายที่เกิดขึ้นในชีวิต จึงทำให้หล่อนเป็น ไปได้ถึงเพียงนี้
“เธออาจจะกำลังฟังซ่าน ไว้เธออารมณ์ดีกว่านี้เราค่อยคุยกันใหม่” ผู้กองหนุ่มตัดบทแล้วร่างสูงใหญ่ก็เดินสาวเท้าไปยังที่จอดรถอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้แพรสายีนกำมีอแน่น เด็กสาวปล่อยโฮออกมาอย่างคับแค้นใจ อยากจะ ร้องกรี๊ดๆ วี้ดๆ ออกมา แต่ที่ทำได้คือกัดริมฝืปากแน่นป้องกันไม่ให้เสียงสะอื้น มันเล็ดลอดออกไปถึงหูใครอื่น [ดยเฉพาะโครคนนั้นที่หล่อนกำลังหลบสี้หนีหน้า เด็กสาวตัวลันเทิ้มค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งกับพี้นอย่างอ่อนแรง สุดท้ายหล่อน กั๊เหลือเพียงตัวคนเดียวที่ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวเดียวดาย ไร้4งใครจะมาเหลียว แลให้พักพิง ปล่อยให้นี้าตาไหลนั่งรํ่าไห้อยู่อย่างนั้นเป็นนานกว่าความเศร้าโศกา จะทุเลาลง และเมื่อสติคืนมาดังเดิมก็ได้แต่เสียดายเวลาที่ผ่าน เวลาที่หล่อน ปล่อยให้มันผ่านไปอย่างไร้ค่า ไม่ได้พูดกับเขาถึงความเจ็บปวดใจที่แสนขมขื่น เมื่อไรหนอ หล่อนถึงจะได้พบผู้กองศกรอีกครั้ง เมื่อไรหนอ ที่หล่อนจะได้อาศัยอกอุ่นเป็นที่พักพิง และเมื่อไรหนอ ที่หล่อนจะได้หนีห่างจากคนใจโฉดคนนั้นเสียที นายแพทย์สฤษด์คุณไปถึงโรงพยาบาลด้วยความห-3ดหงิดใจ ตลอดวัน ที่ผ่านมาแพรลาจงโจที่จะหลบหน้าเชา หล่อนไม่อินังขังขอบเสียด้วยซํ้าเมื่อ

แม่แรง ไฟฟ้า รถยนต์

จนไม่มีเวลาคิดถึงแม่แรงไฟฟ้า

แต่ยังไม่ทันที่จะพูดอะไรแพรสาก็ชิงพูดก่อน “ผู้กองพอจะมีเวลาที่จะคุยกับแพรมั้ยคะ” “เอาสิ แพรมีเรื่องอะไรก็พูดมา” “พูดแบบเข้าหูซ้ายทะลุหูขวายังงั้นหรือคะ”
เด็กสาวยิ้มหยัน อารมณ์น้อยเนื้อตํ่าใจทำให้พูดออกมาโดยไม่ทันคิดถึง ความควรไม่ควร
“แพร!”
ผู้กองหนุ่มเน้นเสียงเข้ม ถึงเขาจะสงสารเอ็นดูเด็กสาวตรงหน้า แต่กิริยา ท่าทางที’หล่อนหำช่างไม่น่ารักเอาเสียเลย ชะรอยหล่อนคงไม่รู้เพราะความหึงหวง ร้อนรุ่มมันกลบความรู้ถึกล่วนอื่นไปหมด แพรสาจึงพูดต่อแบบไม่ยั้ง
“ความเดือดร้อนของแพร ผู้กองเก็บเอาไปคิดบ้างมั้ย หรือวันๆ เอาแต่ คิดเรื่องคุณปีบๆๆๆ จนไม่มีเวลาคิดถึงเรืองอะไร”
“แพรสา นี่เธอเป็นอะไร คุณปีบเขามาเกี่ยวข้องอะไรด้วย” แม่แรง ไฟฟ้า รถยนต์
“เกี่ยวสิคะ เพราะถ้าไม่มีคุณปีบ ผู้กองคงจะสนใจความทุกข์ร้อนของแพร มากกว่านี้ แพรเห็นนะคะ…ว่าผู้กองทำอะไรกับคุณปีบในห้อง ผู้กองรักคุณปีบ ลงหรือคะ ทั้งๆ ที่คุณปีบน่ะวางแผนฆ่าคุณท่าน”
“แพรสา นี่เธอเหลวไหลไปใหญ่แล้วนะ อย่าลืมสิว่าคุณปีบเป็นนายของ
เธอ”
“ผู้หญิงใจดำอย่างนั้นแพรไม่รับเป็นนายหรอกค่ะ ไม่เหมือนผู้กองหรอก เป็นถึงผู้พิทักษ์สันติราษฎร์แท้ๆ แต่ความรักความหลงมันจมหัวจนมองไม่ออก ว่าอะไรดีอะไรชั่ว”
“แพรสา ถ้าเธอยังพูดจาเหลวไหลอย่างนี้ ฉันคงไม่มีอะไรจะพูดกับเธอ” “ไม่กล้าฟังเลยเหรอคะ ถึงความจริงที่ว่าคุณปีบคือฆาตกร แพรเห็นนะ คะว่าคุณปีบน่ะชงชาบ้าบออะไรนั่นให้คุณท่าน”
ยินอย่างนั้นร้อยตำรวจเอกศกรก็ได้แต่ยืนนิ่ง ครั้งแรกที’1ด้ยินเรืองนกคิด ว่าป้าคำสร้อยคงจะพูดไปเพราะต้องการแสดงให้เห็นว่าเป็นพวกเดียวกันกับคุณ พันธุรพี แต่ครั้งนี้แพรสาเป็นฝายออกมาพูดเอง
ความคิดในสมองแล่นพล่านไปหมด มันเป็นความจริงหรืออารมณ์
คำสร้อยไปตามบอกว่าเขาเรียกหา หล่อนทำเฉยเหมือนเขาเป็นอากาศธาตุที่หล่อน มองไม่เห็น ขบกรามแน่น มือคร้ามใหญ่บีบตุ๊กตายางตัวเล็กที่วางอยู่บนโต๊ะ ทำงานจนมันบี้แบนไร้ทรวดทรง รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่ริมฝีปาก แพรสาจะต่าง อะไรกับตุ๊กตาตัวน้อยตัานี้จะปีบก็ตายจะคลายก็รอด ในเมิ่อเขาสร้างมากับมือได้ เขาก็ทำลายกับมือได้เหมือนกันหากหล่อนเกิดดื้อ คลายฝ่ามือออกจากตุ๊กตาและ มันก็ค่อยๆ คืนฟูรูปทรงเดิม
ศรานตาโผล่หน้าเข้ามาในห้องทำงานนายแพทย์หนุ่มพร้อมเอกสารเต็ม สองมือ หญิงสาวเห็นอากัปกิริยานั้นพอดี สฤษด์คุณสะดุ้งเล็กน้อย รีบกลบ เกลื่อนด้วยการเชิญพยาบาลสาวนั่ง แต่สาวสวยปฏิเสธ
“อุเพียงแต่แวะเอาเอกสารมาให้คุณหมอน่ะค่ะ คุณหมอดูเครียดนะคะ แม่แรงยกรถ
ช่วงนี้”
แสร้งเอ่ยถาม ทั้งๆ ที่รู้อยู่เต็มอก พินัยกรรมมรณะเกิดขึ้น1นคุ้ม เป็น โครก็คงเครียด
นายแพทย์สฤษด์คุณพยักหน้าน้อยๆ เขายกมือขึ้นมาคลึงขมับเบาๆ พยายามให้ความคิดนั้นผ่อนคลาย
แพรสาเป็นของเขา ยังไงหล่อนก็ต้องเป็นของเขาอยู่ดี หยิบเอกสารมาเปิด อ่านเป็นเชิงตัดบท แต่พยาบาลสาวยังชวนคุยต่อ
“ปีบเป็นยังไงบ้างคะคุณหมอ อุ๊เป็นห่วง”
“ก็ไม่เป็นไรนี่ สบายดี นายศกเขาแวะไปสอบสวนทั้งเช้าทั้งเย็น แต่สอบ ยังไงไม่รู้นะ คดียังไม่เห็นคืบหน้า”
พยาบาลสาวหน้าเจื่อนไปนิด อยากรู้ความคืบหน้าของฝ่ายนั้น แต่ความจริง ที่ได้รู้กลับทำเอาหล่อนเจ็บแปลบๆ ศกรแวะไปหากาซะลองเช้าถึงเย็นถึงทุกวัน…ไป โดยที่หล่อนไม่รู้
“ยังไงศกก็ต้องทำตามหน้าที่ค่ะ อุ๊รู้นิสัยเขาดี คุณหมอไม่ต้องเป็นห่วง” หล่อนบอกหรือเป็นการปลอบใจตัวเองก็ไม่รู้ นายแพทย์สฤษด์คุณวางเอกสาร ในมือลง หมุนเก้าอี้หันมาเผชิญหน้าอีกฝ่าย เอ่ยเสียงเครียด
“ผมก็ไม่ได้ห่วงอะไรหรอกนะ เพียงแต่อยากให้คดีมันจบๆ เรื่องมันจะ ได้เงียบๆ ไปสักที หนังสือพิมพ์เล่นประโคมข่าวของยัยปีบทุกวัน เสียหาย

แม่แรงไฟฟ้า

ปีบไม่มีงานเหรอจักรยาน

ถึงวงส์ตระกูลหมด”
“ก็ปีบเขาเป็นดาราดังนี่คะ ประชาชนย่อมสนใจ”
“ผมก็รู้ แต่ที่ผมไม่รู้คือใครกันเป็นคนปล่อยข่าว คนเราเนี่ยจริงๆ ชอบ ยุ่งเรื่องชาวบ้านไม่มีที่สินสุดทั้งที่ไม่ใช่เรื่องของตัว”
ศรานตาสะอึก มั่นใจแน่ว่านายแพทย์สฤษด์คุณไม่มีวันรู้ว่า หล่อนเป็นคน ส่งข่าวให้หน้าหนังสีอพิมพ์ หล่อนเป็นคนไกล ไกลเกินกว่าที่ทุกคนจะนึกถึง
แต่พยาบาลสาวก็อดหน้าชาไม่ได้ มันเหมือนถูกด่า4งๆ หน้า “อีกหน่อยข่าวก็คงเงียบไปเองค่ะ” หล่อนอ้อมแอ้มบอก “ผมก็หวังอย่างนั้น เพราะก็สงสารหลานเหมือนกัน จริงๆ แล้วปีบไม่ใช่
คนเลวร้ายอะไร เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นปีบก็แย่ ประเดี๋ยวงานเงินหายหมด” “ปีบไม่มีงานเหรอคะ” จักรยานล้อโต
“ตอนนี้Iม่แต่อีกหน่อยอาจใช่ คุณก็รู้ไม่ใช่เหรอ คนเรามันคอยเหยียบยํ่า คนที่กำลังล้มทั้งนั้น พูดไปพูดมาผมก็ชักเป็นห่วงยัยปีบ เอ…หรือว่าจะให้ แต่งงานกับคุณดิสธรดี เขาเป็นถึงลูกชายท่านรัฐมนตรี บางทีตำแหน่งของพ่ออาจ จะช่วยกลบเรื่องคาวๆ ของลูกได้” พูดเป็นเชิงรำพึงแต่คนฟังถึงกับทำตาโต
ซีดเชียวเด่นชัด กาซะลองไม่เคยหม่นหมองIด้ขนาดนี้
“ข่าวก็คือข่าวนะปีบ อีกไม’นานคนก็จะลืม”
“จริงค่ะ อีกไม่นานคนก็จะลืม แต่คนที่เป็นข่าวไม่มีวันลืมความเจ็บปวดนี้ ได้หรอกค่ะ โดยเฉพาะการถูกตราหน้าว่าฆ่าบรรพบุรุษเพื่อหวังมรดก”
■ปีบ” จักรยาน fat bike
■ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะพี่หล้า ปีบอยู่วงการนี้มานาน ปีบชินแล้วค่ะ”
“พี่อยากรู้จริงๆ ว่าใครเป็นคนปล่อยข่าว ในเมื่อที่นี่เป็นที่ส่วนบุคคลแท้ๆ”
“นักข่าวเขาต้องมีแหล่งข่าวทั้งนั้นแหละค่ะ ไม’ว่าจะอยู่ที่ไหน”
“แต่เรื่องบางเรื่องเราก็รู้ว่าปิดข่าวกันจะตาย คนนอกไม่มีสิทธิรู้หรอก แต่นี่อะไร รู้กันทั้งประเทศ!”
โซ่ รู้กันทั้งประเทศและรู้อย่างรวดเร็ว สังหรณ์บางอย่างทำให้กาซะลอง อดคิดไม่ได้ว่า มีโครบางคนต้องการที’จะทำลายหล่อนและใครคนนั้นอยู่ไม’ไกล แต่โครคนนั้นเป็นโครกัน โนเมื่อญาติที่โกส้ชิดก็มีกันอยู่แค่นี้ คุณพันธุรพี นายแพทย์ลฤษด์คุณ ซึ่งถึงจะโกรธเกลียดแค่ไหนแต่ก็ไม่น่าที่จะทำลายหล่อนด้วย วิธีนี้ อย่างน้อยก็จำเป็นต้องรักษาไว้ซึ่งชื่อเลียงวง^ตระกูล
ความอับอายผุดขึ้นจนต้องหลบสายตาไลลา หล่อนอาจจะรู้สักได้ แต่คน อึ่นไม่ควรจะรู้ถึก คนโนทำลายกันเอง มันเป็นเรื่องที่น่าละอาย
หัวสมองหมุนติ้วมึนงงไปหมด เหมือนทุกอย่างจะถูกเตรียมการไว้แล้วนับ ตั้งแต่หล่อนก้าวย่างมาที่นี่
การเลียชีวิตของจ่าเมฆ รถที่ถูกตัดเบรก จักรยานล้อใหญ่
หดหู่ เมื่อศกรเล่าเรื่องราวให้พิงทั้งหมด
ทุกข์ เมื่อไม่สามารถรู้ถึงต้นสายปลายเหตุ เพราะมรดกเท่านั้นหรือ ถึงต้อง ทำลายเข่นฆ่ากันจนถึงชีวิต โดยมีคุณปรียางค์ศรีและหล่อนเป็นเหยื่อ แต่จ่าเมฆ กลับเป็นผู้เคราะห์ร้าย ช่างน่าอนาถใจนัก
^เหมือนผู้สูงวัยกว่าจะรู้ ผู้จัดสาวเลี่ยงไปพูดเรื่องอื่น แต่เพียงชั่วคไ1
โทรดัพท์ติดตามตัวก็ดังขึ้น ไลลาเลี่ยงไปคุยอีกด้านหนึ่งเมื่อรู้ว่าปลายสายที่โทร มาเป็นใคร
กาชะลองมองตาม จากท่าทีของผู้จัดสาวทำให้รู้ดีว่าประเด็นที่คุยกันคง

จักรยานล้อใหญ่

ยังไงพี่ก็เชื่อว่าจักรยานล้อใหญ่ปีบบริสุทธิ้

“พี่เสียใจจริงๆ นะปีบ ทางช่องเขาไม่อนุมัติให้ปีบแสดงนำละครเรื่องใหม่ ก็เรื่องข่าวนั่นแหละ พี่เลยจำเป็นต้องเปลี่ยนตัว”
เป็นครั้งแรกในรอบสิบปีของการเป็นผู้จัดที่ไลลๅพูดฏอกมๅฏย่ๅงกระท่อน กระแท่น ผู้จัดสาวหน้าเจื่อน การเป็นฝายปฏิเสธมันพูดลำบากมากกว่าการถูก ปฏิเสธมากนัก แต่แปลกที่กาซะลองนั่งฟงอย่างนิ่งสงบ หญิงสาวเพียงแต่ลอบ ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย
ในที่สุดข่าวร้ายมันก็มา แต่ยังช้ากว่าที่คิด จักรยานล้อโต
“ปีบเข้าใจค่ะ” หล่อนบอกและไม่ประสงค์ที่จะชวนสนทนาในเรื่องเดิมๆ อีก ร่างระหงผุดลุกขึ้นเดินไปยืนที่ริมระเบียง แสงแดดที่ทอดผ่านทำให้ไลลามองเห็น ความผ่ายผอมได้อย่างชัดเจน ยิ่งเมื่อเจ้าตัวอยู่ในชุดดำไว้ทุกข์ทั้งชุด กาชะลอง ก็ยิ่งดูซีดเซียวทรุดโทรม หญิงสาวหันกลับมาพูดเสียงอ่อน
“พี่หล้าอยู่ค้างที่คุ้มกับปีบนะคะ อุตส่าห์มาหาปีบถึงที่คุ้ม”
“พี่ตั้งใจอย่างนั้นอยู่แล้วล่ะ ปีบอย่าคิดมากนะ ยังไงพี่ก็เชื่อว่าปีบบริสุทธิ้”
“ขอบคุณค่ะพี่หล้า” จักรยาน fat bike
ผู้สูงวัยกว่าเดินมาหา ไลลามองที่ดวงหน้าเรียวนิ่ง ยิ่งใกล้ก็ยิ่งเห็นความ
ไม่พ้นเรื่องตัวเอง พยายามสงบจิตสงบใจทำไม่รู้ไม่เห็น
มันเป็นเรื่องธรรมดา มันเป็นกฎธรรมชาติ 1/ลาใหญ่ต้องกินI/ลาเล็ก และตอนนี้หล่อนก็เป็นเหยื่อทีงดงาม ชึ่อเ3ยงความโด่งดังที่3งสมมาคงเขียน ข่าวได้อีกหลายวัน แต่ก็ทำไม่ได้เมื่อไลลามีสีหน้าอิหลักอิเหลื่อ แม้จะเป็นถึง ผู้จัดละครแต่สาวใหญ่ก็ตีสีหน้าได้ไม่สนิท ความสนิทสนมกับกาชะลองมีมากจน พลอยซึมซับความทุกข์ของฝ่ายนั้น ชวนคุยไปเรื่อยแต่กาซะลองกลับจ้องหน้าเขม็ง
“มีเรื่องอะไรเกี่ยวกับตัวปีบอีกคะพี่หล้า”
“ไม่มี้ ที่ออฟฟิศโทรมาถามเรื่องงานเฉยๆ งบรวมเท่าไร จะเปิดกล้อง วันไหน ค่าตัว…”
“พี่หล้าคะ” หญิงสาวแทรกขึ้น ผู้จัดสาวหน้าเจื่อนรู้ได้ทันทีว่าความพยายาม ที่จะเบี่ยงประเด็นไม่เป็นผล
“บอกปีบมาเถอะค่ะ ยังไงเรื่องก็มาถึงปานนี้แล้ว ให้ปีบได้รับรู้ความเป็นไป ของตัวเองบ้าง”
ไลลาอํ้าอึ้งไปครู่ ข่าวที’เกิดมันก็ทำร้ายจิตโจกาซะลองมากพอแล้ว หาก ต้องมารับรู้เรึ่องที่กำลังเป็นข่าว กาซะลองจะเป็นอย่างไร
“พี่หล้า” เสียงเรียกอีกครั้งอย่างเว้าวอน ท้ายสุดไลลาก็ตัดสินใจ จักรยานล้อใหญ่
“จิ้มลิ้ม นักข่าวจากไทยนิวส์โทรมาถาม เรื่องที่ปีบประกาศแต่งงานกับคุณ ดิสธรหนีข่าวลือเป็นจริงหรือเปล่า”
กาซะลองหน้าซีดเผือดก่อนเปลี่ยนเป็นสีเข้มขึ้น ข่าวลือบ้าบอมันมาจาก1หน
“พี่รู้ว่ามันไม่เป็นความจริงหรอกเลยปฏิเสธไป” ผู้จัดสาวบอก สีหน้า เคร่งเครียดจริงจัง ก่อนบอกต่อด้วย’แาเสียงที่จริงจังไม่แพ้กัน
“แต่ปีบไม่ต้องห่วงนะ พี่บอกจิ้มลิ้มแล้วว่าอยากรู้จักที่มาของแหล่งข่าว ยังไงถ้ามีการติดต่อมาอีกเราก็คงจะรู้”
“แล้วจิ้มลิ้มยอมเหรอคะ”
“ยอมสิ ปีบลืมไปแล้วเหรอว่าพี่กับจิ้มลิ้มสนิทกัน และอีกอย่างจิ้มลิ้มเขา ก็ปลื้มปีบเป็นการส่วนตัวนะ เขาไม่เสนอข่าวในแง่ลบหรอก แต่ตามหน้าที่ยังไง ก็ต้องขอเสนอข่าวก่อน”
■กี่ฉบับคะ” ถามเสียงเครียดปนหน่าย หนังลือพิมพ์รายวันมีตั้งมากมาย

จักรยาน fat bike

คำสร้อยก็เดินจักรยานล้อโตเข้ามารายงาน

“จะไม่มีงานแต่งอะไรทั้งนั้นหรอกอุ๊ เพราะที่หนังสือพิมพ์ลงน่ะข่าวลือ” “อ้าว! จะลือได้ยังไง ในเมื่อคุณหมอก็เป็นคนบอกกับเราเองว่าจะให้ปีบ แต่งงานกับคุณดิสธรกลบข่าวลือ”
คราวนี้สมใจ เพราะกาซะลองกรีดเสียงแหลม
“อะไรนะ น้าฤษด์น่ะหรีอบอกอุ๊!” เหมือนใจจะขาดรอนๆ ระหว่างรอคำ ยีนยันจากปากของอีกฝาย
สฤษด์คณน่ะหรือที่เป็นคนบอกว่าหล่อนจะแต่งงาน บอกทำไม เขาทำอย่าง นั้นเพื่อประโยชน์อะไร จักรยานล้อโต
“ใช่! ไม่งั้นเราจะวิ่งมาหาปีบถึงนี่เหรอ ว้า ไม่เอาน่า จะปิดเพื่อนฝูงไปทำไม เราเป็นเพื่อนเก่าเพื่อนแก่กันนะปีบ ศกน่ะ แค่เราไปบอกข่าวเขายังดีใจจะตาย ถ้าเป็นตัวปีบไปบอกเองเขาจะดีใจแค่ไหน”
รู้สักเหมือนตัวเองชวนเซจวนจะเป็นลม ดีอยู่หน่อยที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ กาซะลองจึงได้อาสัยที่เท้าแขนเป็นหลักยึดไว้ ศรานตายืนยันออกอย่างนี้ แสดง ว่าไม่ใช่ข่าวลือ ไม่ใช่การล้อเล่น แต่คำถามที่ยังคาใจ ผู้เป็นน้าทำอย่างนี้ทำไม
นั่งเลื่อนๆ ลอยๆ ใจคอไม่อยู่กับตัว จวบจนเมื่อศรานตาขอตัวกลับ หญิงสาวจึงฝืนลุกขึ้นยืนอย่างไร้เรี่ยวแรงเต็มที
เป็นความจริงอย่างที่คาด แหล่งข่าวรู้กั๊เพราะคนใกล้ตัว เจ็บหนึบที่หัวโจ จักรยาน fat bike
ยิ่งนานวันก็ยิงเหมือนอยู่คนเดียว1นโลก แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม หล่อนต้อง รู้เหตุผลของผู้เป็นน้าให้ได้
คุณพันธุรพีอดแปลกใจไม่ได้เมื่อเห็นร่างซูบผอมของผู้เป็นหลานมา ปรากฎตัวถึงที่บ้านหลังจากที่หายหน้าหายตาไปนับตั้งแต่เกิดเรื่องบาดหมางใน ครอบครัว
กาซะลองดูหม่นหมองไร้สง่ารา^ วูบหนึ่งที่ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นยายเล็กอด เวทนาไม่ได้ เพราะอย่างไรเสีย ดอกปีบก็เคยเป็นหลานรัก เป็นเด็กดีที่เคยเอ็นดู แต่เมื่อนึกถึงผลการสอบสวนที่ยังค้างๆ คาๆ ใบหน้าของผู้เป็นเจ้าของบ้านก็เชิด ขึ้นโดยอัตโนมัติ โดยเฉพาะเมื่อใบหน้าหมองคลาพนมมือไหว้อย่างนอบน้อม บอกลันๆ
“ปีบมาขอพบคุณน้าฤษด์”
หลายฉบับ จะมีกี่หัวกันที่รอด ไลลายิ้มขบขันก่อนบอก
“ฉบับเดียวจ้ะ ก็บอกแล้วไงว่าจิ้มลิ้มน่ะปลื้มปีบ พอมีข่าวมาเขาก็โทรมา ถามพี่ พอรู้ว่ามันไม่จริงเขาก็ตัดความรวบรัดไปเลย หนังสือพิมพ์อื่นก็คงไม่กล้า ลงหรอก ขืนลงก็ตกข่าว”
มีรอยยิ้มจางๆ เกิดขึ้นที่สีหน้าแต่ก็ยังไม่ล้ดีนัก ความที่รู้จักกันมานาน ทำให้ผู้สูงวัยกว่าพยายามผ่อนคลาย จักรยานล้อใหญ่
“เอาน่า อย่าไปสนใจเลย ข่าวก็คือข่าว พาพี่ไปทานข้าวก่อนดีกว่า อยาก กินขนมจีนนาเงี้ยวฝีมือปีบจะแย่แล้ว คราวก่อนที่ทำโชว์ในรายการพี่กินยังไม่ สะใจเลย” ผู้จัดสาวเอามือป้องปากหัวเราะคิก “ไม่กล้ากินมาก อายเขา”
สองสาวสองวัยเดินเคียงกันไปยังโรงครัว แต่เพียงเดินมาถึงบริเวณข่วง บ้าน คำสร้อยก็เดินเข้ามารายงาน
“คุณปีบคะ คุณศรานตามาหาค่ะ”
คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างงุนงง พยาบาลสาวสวยมาหาด้วยกิจ^ระ อันใดในเมื่อร้อยวันพันปีไม่เคยโผล่หน้ามาให้เห็น นอกจากยามควงคู่มากับ ร้อยตำรวจเอกคกร แต่เพียงนึกถึงชื่อนั้น พวงแก้มใสก็ร้อนฉ่า อกอุ่นที่อิงยัง อบอุ่นไม่จาง
“ปีบไปรับแขกเถอะ” ไลลายื่นมือไปแตะข้อศอกรุ่นน้องเบาๆ พลางยิ้มอ่อน
“เดี๋ยวมี้อนี้พี่ไปฝากท้องข้างนอกก่อนก็ได้ พอดีมีเพื่อนเก่าอยู่ในตัวเมือง จะได้ถือโอกาสไปเยี่ยมเขาหน่อย”
หญิงสาวยิ้มแหยรับคำ ยกเรื่องของไลลาให้เป็นธุระของป้าคำสร้อยช่วย อำนวยความสะดวกให้ ก่อนเดินตรงไปยังห้องรับแขก
เพียงย่างเท้าเข้าไปสายตาก็ปะทะกับร่างบอบบางในชุดชมพูหวานกระจ่าง นั่งพิงพนักเก้าอี้มือเรียวงามของฝ่ายนั้นพลิกดูอัลบั้มรูปที่วางอยู่บนตักอย่างพินิจ พิเคราะห์ ไม่ได้รู้ด้วยซาว่าบัดนี้เจ้าของบ้านมายืนอยู่เบี้องหน้า กาซะลองเพียงแต่ เอ่ยทักเบาๆ และศรานตาก็เงยหน้าขึ้นมองยิ้มกระจ่าง
“รูปศกตอนเด็กๆ ตล๊กตลกนะปีบ เสียดายอุ๊ไม่ได้เก็บรูปพวกนี้ไว้เลย ไม่งั้นคงได้เอามาล้อศก”
กาซะลองเพียงแต่ยิ้มเล็กน้อย หญิงสาวเดินไปทรุดตัวลงนั่งฝีงตรงข้าม

จักรยานล้อโต