Daily Archives: January 13, 2016

ไม่แม้แต่จะเชิญนั่งแว่นกันแดด

กือดี1ม่มีที’สันสุด คุณพันธุรพีคำรามในใจ เหยียดริมสปากออกบอก เสียงกร้าว
“แกมีธุระอะไร”
■ปีบอยากรู้เรื่องที่คุณน้าว่าปีบจะแต่งงานกับคุณดิสธร”
คุณพันธุรพียักไหล่ สฤษด์คุณเคยมาเปรยๆ ให้ฟังเหมือนกัน แต่ก็ไม่คิด ว่าลูกชายจะเอาจริง เดินเฉียดร่างบอบบางไปอีกทาง  แว่นตากันแดด
“คุยทำไม ในเมื่อมันเป็นเรื่องที่ดีที่สุดแล้ว บารมีของท่านรัฐมนตรีสมศักด คงคุ้มกะลาหัวแกกับคู่รักของแกได้”
“คุณยายเล็กคะ” หลานสาวเอ่ยเสียงเครียด คุณพันธุรพีเมินหน้าหนี กาซะลองกำมือแน่น กิริยาเซ่นนี้ผู้เป็นยายไม่เคยทำ แว่นกันแดด
“ปีบไม่จำเป็นต้องอาสัยบารมีใครมาคุ้มกะลาหัวในเมื่อปีบไม่ได้ทำผิดอะไร”
“การที่แกกับนายดิสธรวางแผนฆ่าคุณพี่น่ะหรือไม่ผิด!”
แม้จะได้ยินมานับครั้งไฝถ้วน แต่แรงสะเทือนใจก็ไม่เคยลดหย่อนเลย ล’กครา กาซะลองเม้มปากแน่น ความเคารพที่ยังมีกันอยู่ทำให้หญิงสาวได้แต่ สะกดอารมณ์ที่จะไม่เอ่ยวาจาก้าวร้าวออกไป
“ค่ะ ปีบไม่เคยทำผิดอะไร ไม่ได้ทำผิดอะไร โดยเฉพาะเรื่องที่ทำให้คุณ ยายจากไป”
“เอาไว้ให้ฉันมีหลักฐานก่อนเถอะแม่ปีบ แกดิ้นไม่หลุดแน่”
“คงจะเสียเวลาเปล่าค่ะคุณยายเล็ก เพราะปีบไม่ได้ทำ ส่วนเรื่องที่ปีบจะ แต่งงานหรือไม่นั้น ขอให้เป็นธุระของปีบเองเถอะนะคะ ฝากบอกคุณน้าฤษด์ ด้วยว่าปีบคงไม่รบกวน” บอกแค่นั้นร่างระหงก็ยกมือไหว้ลากลับ คุณพันธุรพี แทบร้องวี้ดๆ กับกิริยายโสโอหังที่แสนขัดเคืองตา หล่อนเรียกหา?)กชายลั่น และพอเจอหน้า คุณพันธุรพีก็พูดออกมาราวกับมังกรพ่นไฟ
“แม่บอกแล้วว่าไม่ให้ไปยุ่งเรื่องของมัน แล้วเป็นไง มันมาถอนหงอกถึงบ้าน ฤษด์นะฤษด์ แล้วก็ไม่ออกมา ปล่อยให้แม่รับมือมันคนเดียว” แว่นตา
นายแพทย์สฤษด์คุณยักไหล่ เมื่อครู่ตอนที่กาซะลองมาเขาก็อยู่ แต่ที่ไม่ ลงมาเพราะไม่กล้าสู้หน้าหลานสาว ใครจะนึกว่าเรื่องที่พูดกันแค’นี้’จะวิ่งไปชนหู นักข่าว
ร่างระหงในชุดดำยิ่งดูหมองเศร้าเมื่อเทียบกับชุดชมพูกระจ่าง ไม่ได้คุยถึงเรื่อง ที่ศรานตาเกริ่นไว้แต่กลับถามไปอีกทาง
“มาหาเราถึงนี่ได้ มีธุระอะไรรึเปล่าอุ๊”
“ก็ไม่ได้มีธุระอะไรหรอก” วางอัลบั้มรูปบนตักลง ก่อนหยิบหนังสือพิมพ์ ที่ถือมาด้วยขึ้นมา ยิ้มพราวในสีหน้าเมื่อบอก
“เพียงแต่อยากจะมาแสดงความยินดีด้วย เรื่องที่ปีบประกาศหมั้นกับคุณ
ดีสธร”
แม้จะรู้ข่าวมาก่อนจากไลลา แต่เมื่อเห็นหนังสือพิมพ์ที่วางอยู่ตรงหน้า กาชะลองก็อดเสียวแปลบไม่ได้
จะจ้องหำลายกันไปถึงไหน ยายเพิ่งเสียไปทั้งคน จะมีคนบ้าที่ไหนประกาค
หมั้น!
เห็นสีหน้าที่ทั้งซีดทั้งเขียว พยาบาลสาวก็ลอบยิ้มอย่างสาแก่ใจก่อน ‘ใส่’ ต่ออย่างไม่ยั้ง
“แต่เสียดายจังนะ คุณยายไม่อยู่ ไม่งั้นคุณยายคงจะปลื้มมากที่หลานสาว คนโปรดจะได้เป็นฝืงเป็นฝา”
“แต่บางทีเราว่าคุณยายไม่อยู่ฟังก็ดีเหมือนกันนะ ไม่งั้นคงปวดใจมากที่ หลานสาวมีข่าวได้ไม่เว้นแต่ละวัน แถมแต่ละข่าวยังไม่สร้างสรรค์”
“ข่าวแต่งงานน่ะเหรอไม่สร้างสรรค์ เป็นเรานะจะประกาศให้ทั่วเมืองเลย”
“เหรอ เมื่อไรล่ะ เราจะได้รอฟัง”
“ไม่รู้สิ ยังไม่ได้คุยกับศกเลย แต่คงอีกไม่นานหรอก อาจจะหลังปีบ”
คนพูดพูดด้วยนาเสียงจริงจังจนคนฟังอดฉุนไม่ได้ เปล่า! ไม่ได้ฉุนพยาบาล สาวคนสวย แต่ฉุนไปถึงใครคนนั้น เขาก็รู้ว่าใครเป็นที่หมาย แล้วจะมาหว่าน เสน่ห์กับหล่อนอีกทำไม
อีกคราที่ศรานตาลอบยิ้มในสีหน้า ถึงกาซะลองจะเป็นนักแสดงที่Iด่งดัง แต่พอถึงเรื่องของตัวเอง ฝายนั้นกลับปกป็ดไม่เคยมิด ไม่ใช่เดี๋ยวนี้ แต่เป็นมา ตั้งแต่เด็กๆ แล้ว ไม่งั้นหล่อนคงไม่ลงทุนมาป่นจนหัวหมน…
“แล้วตกลงจะแต่งวันไหนล่ะ เราจะได้เตรียมตัวตัดเสือผ้า” แหย่ต่อ หวัง จะให้อีกฝ่ายเต้นเร่าๆ ตามนิสัย แต่กาซะลองกลับตอบเสียงเรียบ

แว่นกันแดด

เงินลงไปอีกถ้าไม่อยากปิดบริษัทแว่นตากันแดด

“ที่ผมพูดก็เพราะหวังดีกับปีบ อย่างน้อยหากหลักฐานมันปรากฎชัด ปีบจะไดไม่เจ็บตัวมากกว่านี้”
“ถ้ามันเลวจริงๆ ก็ช่างหัวมัน ฉันไม่สนใจแล้ว ชื่อเสียงวง^ตระกูลแคนั้ก็ ปนปี เออ ฤษด์” ผู้เป็นมารดาเปลี่ยนเรื่อง สีหน้าแม้จะเหนื่อยหน่ายแตกจริงจัง แว่นตากันแดด
“แม่ขอยืมเงินหน่อยนะ จะไปเที่ยวต่างประเทศ ไม่ไหว อยู่ที่นี่มีแต่คนโทร มา ปวดหัวที่สุด”
”ผมไม’มีครับแม่ หุ้นส่วนเพิ่งแจ้งมาว่าปีนี้บริษัทขาดทุน อาจจะต้องเติม เงินลงไปอีกถ้าไม่อยากปิดบริษัท”
“แกก็ปิดไปสิ” นั้าเสียงไม่อินังขังขอบ
“ไอ้โรงงานของเล่นของแกฉันไม่เคยเห็นได้กำไรสักปื มีแต่ขาดทุนจะเจ๊ง มิเจ๊งแหล่”
“แม่ก็รู้ว่าผมรักของผม” ลูกชายพูดเสียงอ่อย ผู้เป็นแม่เลยได้แต่ค้อน ลมค้อนแล้งบอกเสียงเครือ
“งั้นก็ช่วยออกข่าวหน่อยแล้วกันว่าฉันไปพักผ่อนต่างประเทศ”
เห็นสีหน้าลูกชายคล้ายฉงน คุณพันธุรพีก็ตวาดแว้ด แว่นกันแดด
“ขืนบอกว่าอยู่เมืองไทย ฉันก็ขายหน้าเขาหมดสิ จริงๆ น้า เมื่อไหร่คดี จะเสร็จๆ สักที ฉันจะได้เอาเงินมรดกไปเที่ยวรอบโลกให้ฉํ่าใจ”
เขาเองก็ห่วงไม่แพ้กันจึงรีบขับรถตามไป แต่ไปถึงก็พอดีกับที่หล่อนขับ รถออกมา ดวงหน้าเรียวเคร่งเครียดบวกกับการซับรถยังกับพายุเหาะเหมือนที’ ป้าคำสร้อยว่าก็พอจะเดาออก กาซะลองคงจะมีเรื่องทุกข์ใจ
ทั้งกดทั้งบีบแตรพยายามให้สัญญาณว่าต้องการให้จอดรถ แต่หล่อนก็ เฉย พุ่งทะยานรถไปข้างหน้าราวกับไม่รับรู้สิ่งใด รถแล่นมาเรื่อยๆ พอๆ กับใจ คนขับที่แล่นทะยานอย่างไม่เป็นสุข และพอมาถึงทางแยกเบื้องหน้าก็มีรถคันหนึ่ง เลี้ยวมาจากอีกฝีงของถนนก่อนแล่นผ่านหน้ากาซะลองไปอีกทาง
หญิงสาวขนลุกซู่เมื่อเห็นหน้าคนขับ แม้จะไม่ถึงกับสนิทชิดเชื้อแต่เค้าหน้า แบบนี้หล่อนจำได้ดี หักรถตามในทันทีและมีผลให้คนที่ขับรถตามมาด้านหลัง ต้องเบรกเอี๊ยดเสียงดังลั่น รถตวัดขวางทางไว้จนผู้ที่จะหักไปอีกทางต้องจอดรถ เมื่อคนในรถอีกคันตะโกนลั่นแล้วร่างสูงใหญ่ก็ก้าวลงมา
“ขับรถอย่างน1ด้ยังไงคุณ” แว่นตา
กาชะลองหน้าซีดปากสั่นไม่รู้ถึกกับนํ้าเสียงแข็งกระด้าง หญิงสาวก้าวลง มาจากรถละลํ่าละลักบอก พลางชะเง้อคอมองตามรถคันนั้น “ฉัน…ฉันเห็นลุงคำปัน”
“ลุงคำปัน!”
นัยน์ตาเข้มปรากฏความแปลกใจระคนคลางแคลง กาซะลองจะเห็นได้ อย่างไร ในเมื่อลุงคำปันตายไปแล้ว
“ฉันเห็นจริงๆ นะ ไม่ได้ตาฝาด คันที่เลี้ยวตัดหน้าฉันไปตะกี้นั้Iง”
“เหลวไหลน่ากาซะลอง ลุงคำป้นน่ะเสียไปแล้วนะ”
“มะ…ไม่ ฉันแน่ใจว่าฉันไม่ได้เห็นผี คนคนนั้นคือลุงคำปัน”
“อาจจะมีใครสักคนหน้าคล้ายลุงคำปัน”
คราวนี้ดาราสาวนิ่งเงียบ อาจจะมีโครสักคนทีหน้าคล้ายกัน แต่ใครคน นั้นจะคล้ายกับลุงคำปันขนาดนี้เชียวหรือ
“กลับบ้านดีกว่า ผมจะไปส่ง” ฉวยโอกาสนั้นแตะข้อศอกหญิงสาวเบาๆ อย่างปลอบประโลม แต่ร่างระหงยังคงยืนนิ่ง สีหน้ายังแสดงความคลางแคลงใจ ศกรมองหน้าเรียวผอมนั้นอย่างเห็นใจ เหตุการณ์ร้ายหลายอย่างที่กำลังรุมเรา เป็นใครก็คงประสาทเสีย

แว่นตากันแดด

คุณคงจะเหาะมากกว่าขับรถจักรยานล้อโต

“นะดอกปีบ กลับบ้าน”
“ฉัน..: ^
“อย่าบอกนะว่าคุณคิดจะตามรถคันนั้นไป” จักรยานล้อโต
หญิงสาวสบตาคร้ามนิ่ง เขาข่างรู้!จหล่อนไปเสียหมด ใซ่! หล่อนคิดที่ จะตามรถคันนั้น!ป อย่างน้อยก็ได้,พิสูจน์ให้รู้ว่าสิงที่เห็นคือเรืองจริงหรือลวง!
“ไม่ทันแล้วล่ะ ปานนี้เขาไปถึงไหนต่อไหนแล้ว”
“แต่ฉันจำทะเบียนรถได้ จำลักษณะรถได้ คุณช่วยฉันตามหาได้มั้ยคะศกร ว่ารถคันนั้นเป็นของใคร ใช่ลุงคำปนหรือเปล่า”
ในตาคู่นั้นมีความจริงจังจนผู้ฟังไม่กล้าปฏิเสธ ชายหนุ่มพยักหน้าเป็นเชิง ตอบรับ ก่อนบอกอีกครั้ง ทอดเสียงอ่อนจนกาซะลองรู้สืกได้ถึงความเป็นห่วง ความห่วงใยที่อบอุ่นจนโจหญิงสาวแทบหลอมละลาย แต่พอคิดไปถึงศรานตา ความหวามไหวก็แทบมลาย เรื่องระหว่างเขากับหล่อนจะเป็นไปได้อย่ฬ1ร 1*4 เมึ่อพยาบาลสาว11ระกาศออกขนาดนั้น อีก,เม่นานคงมีข่าวดี
ปฏิเสธเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่ผู้กองหนุ่มหายอมไม่
“ขืนปล่อยให้คุณกลับเอง คุณคงจะเหาะมากกว่าขับรถ”
”ฉันไม่เป็นไรหรอกน่า” จักรยาน fat bike
“คุณไม่เป็น แต่คนอื่นอาจเป็นอย่างผม ตะกี้ถ้าเบรกไม่ทันก็แย่” “แต่ฉันน่ะแย่กว่า ไม่งั้นปานนี้ฉันอาจจะตามหาลุงคำปนเจอแล้วก็ได้”
“กาชะลอง!”
“ถ้าจะบอกว่าฉันตาฝาด ฉันประสาทเสีย ฉันเป็นบ้าไปแล้วก็เชิญตามสบาย แต่ขอบอกตามตรงว่าฉันไม่มีวันเลิกล้มความคิดที่จะตามหาลุงคำปนหรอก” “ก็ผมบอกคุณแล้วไงว่าเรื่องนี้ผมจะช่วยจัดการให้ แต่ต้องมีข้อแม้”
กาชะลองหรี่ตามอง อีตาบ้านี่จะมา1ม1หนอีก ผู้กองหนุ่มหัวเราะเมื่อเห็นท่าทางของอีกฝ่าย หล่อนทำอย่างกับเขาเป็นผู้ ร้ายในละคร
“นี่คุณ! ผมไม่ใช่ผู้ร้ายในละคร ไม่ต้องมองผมด้วยสายตาแบบนี้หรอก ไอ้
เรื่องข้อแม้น่ะก็แค่ให้ผมไปส่งบ้าน แล้วถ้าไม่อยากนั่งรถคันเดียวกับผม คุณจะขับ รถไปเองก็ได้ แต่ขอผมขับรถตามคุณหน่อย” คราวนี้เขาหรี่ตามองหล่อนบ้าง “บอก
ตามตรงว่าผมเป็นห่วงประชาชน ไม่ได้ไว้ใจการขับรถของคุณแม้แต่นิดเดียว เชิญ”
ได้แต่!ดฮัด เมึ่อเห็นรอยยิ้มขำในสายตาคมนั้น ร่างระหงเดินเร็วๆ ไปที่ รถและขับออกไปอย่างรวดเร็วทิ้งให้ผู้อาสาไปล่งมองตามรูงี้จับ,มานั่งคันเดียวกันก็ดี/
ร่างผอมบอบบางที่กำลังรดนี้าต้นไม้อยู่รีบวิ่งมาเปิดประตูคุ้มในทันทีที่เห็น รถของนายสาวแล่นตรงมา แพรสายิ้มอ่อนหวานขณะเปิดประตูรถให้กาซะลอง เด็กสาวกุลีกุจอเข้ามาหาอย่างเอาอกเอาใจ ลืมความขุ่นข้องหมองใจไปสินเมื่อนึก ไปถึงคำที่ป้าคำสร้อยบอก จักรยาน
‘สงสารคุณปีบชะมัด ไม่รู้มีเรี่องอะไรกับคุณหมอ ท่าทางไม่ค่อยดีเลย ยังไงแกอย่าไปกวนใจคุณปีบเธอนะ’
”ฉันน่ะแค่ขี้ข้าเขานะ จะไปกลากวนใจอะไรเธอ!” “จะไปรู้เรอะ! วันก่อนก็แงดๆๆๆ ไปที ดีแล้วนะที่เธอไม่ถือสา ไม’งั้นแก นั่นแหละที่จะแย่”
หล่อนได้แต่ก้มหน้า เมื่ออารมณ์หึงหวงสงบและสติสัมปชัญญะมาครบก็รู้ว่า อะไรควรอะไรไม่ควร ลงสารก็แต่คุณปีบ ด้วยพอรู้นสัยของนายแพทย์สฤษด์คุณ ไม่มีอะไรที่เขาอยากได้แล้วไม่ได้ แม้กระทั่งตัวหล่อนนี่ก็คงมีเรื่องคลางแคลงใจ เรื่องมรดก…มรดกที่ช่างอึมครึม^นดี ทั้งที่จริงแล้วกั๊ไม่เห็นจะมีอะไรมากมาย คุณท่านก็แก่และไม่สบายมานานแล้ว หากจะ^นบุญไปก็ไม่เห็นจะแปลก นี่ยัง ดึงเรื่องฆาตกรรมมาเกี่ยว
คิดถึงเรื่องนี้ก็ได้แต่ตำหนิตัวเองที่พูดอะไรเพ้อเจ้อหาว่าคุณปีบมีส่วนเกี่ยว ข้องกับชาบ้าอะไรนั่น ที่คุณหมอว่าเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้คุณท่านเสีย
อันที่จริงที่เห็นก็แค่ครั้งนั้นครั้งเดียว ครั้งเดียวกับที่เกิดเหตุการณ์บัดซบนั่น นึกละอายใจจนอยากแก้ตัว เด็กสาวเอ่ยถามอย่างเอาใจ
“คุณปีบจะรับนํ้าอะไรดีคะ”
“นาลำไยก็แล้วกัน เอาไปให้ฉันที่ห้องเลยนะ อ้อ! แพรสา แล้วคุณไลลาล่ะ เข้ามารึยัง”
”ยังค่ะ เห็นโทรมาแล้วป้าสร้อยรับ บอกว่าจะกลับมาคํ่าๆ แล้วยังไงจะ โทรหาคุณปีบอีกทีค่ะ”

จักรยานล้อโต